RedAlert

2008/Apr/14

จากคอลัมน์ Red Alert
หนังสือพิมพ์กีฬารายวันคิกออฟ (14 เม.ย.2551)

ดุเดือดและเร้าใจกันไม่แพ้หนังแอคชัน-ดรามา ชั้นดีจากฮอลลีวูดจริงๆสำหรับสถานการณ์ในแอนฟิลด์เวลานี้

       การออกมาตอบโต้อย่างรุนแรงระหว่างทอม ฮิคส์ กับริค แพร์รี่, จอร์จ จิลเล็ตต์ และเดวิด มัวร์ส เป็นเหมือนภาค 2 ต่อจากภาคแรก Episode 1 : Rafa Vs. Hicks
      
ท่ามกลางความงุนงงของทุกฝ่ายว่ามันเกิดอะไรขึ้น จู่ๆถึงได้มีการเปิดฉาก "ซัด" กันเละเทะแบบนี้?
      
ผมคิดว่าพอจะอธิบายได้บ้างครับ.....
      
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นอย่างเหนือความคาดหมาย หลังชัยชนะที่ถูกยกย่องว่ายิ่งใหญ่ที่สุด (แน่นอน - อีกนัดหนึ่ง) ของลิเวอร์พูล เหนืออาร์เซนอล - คล้อยหลังให้เพียงแค่ 2 วันของบรรยากาศแห่งความสุขสม
      
มีรายงานข่าวในค่ำวันพฤหัสฯ (ตามเวลาในบ้านเรา) ว่ามี "จดหมายด่วนพิเศษ" จากทอม ฮิคส์ ส่งถึงริค แพร์รี่ ประธานบริหารของสโมสร เนื้อหาว่าด้วยการอธิบายเหตุผลในเรื่องสำคัญ 2 เรื่องที่หนึ่งในเจ้าของสโมสร "ไม่พอใจ" ในการทำงานของอดีตซีอีโอพรีเมียร์ลีกในยุคเริ่มต้นที่ย้ายมาทำงานในลิเวอร์พูลเป็นเวลานับสิบปี
      
ข้อหาดังกล่าวแบ่งเป็น.....
      
1. ความล้มเหลวในการบริหารธุรกิจของสโมสรตลอด 10 ปีที่ผ่านมาที่ทำให้สโมสรประสบปัญหาภาวะทางการเงิน
      
2. การขาด "การติดต่อ" กับราฟา เบนิเตซ ผู้จัดการทีมจนทำให้ทีมพลาดนักเตะสำคัญๆไปหลายราย
      
จดหมายฉบับดังกล่าวลงท้ายด้วยการขอให้แพร์รี่ "ลาออก" จากตำแหน่งไปเสียเพื่อประโยชน์ของลิเวอร์พูล
      
เท่านั้นครับ - สงครามอย่างเป็นทางการในแอนฟิลด์ก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
      
น่าเศร้าที่มันเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของฤดูกาล ซึ่งทีมกำลังมุ่งหน้าอย่างเต็มตัวเพื่อปกป้องอันดับ 4 เอาไว้และพยายามจะไปให้ถึงมอสโก อีกครั้งในนัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีกสมัยที่ 3 ในรอบ 4 ปี
      
ในประเด็นจดหมายฉบับดังกล่าวของฮิคส์นั้น มีการมองหลายๆแง่มุมด้วยกัน
      
เพียงแต่คนที่มองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการถูกสื่อ "ปั่นหัว" นั้นมีน้อยกว่าคนที่มองว่าการกระทำของฮิคส์ เป็นการกระทำที่ไร้ซึ่งเหตุผลอันควรหลายเท่า
      
ซ้ำร้ายคือมันเกิดขึ้นผิด "เวลา" อีกครั้ง

ผมนั่งอ่านบทความ-บทวิเคราะห์มาพอสมควรครับในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทั้งในแง่ที่โจมตีฮิคส์และในแง่ของคนที่พยายามหาแง่มุมต่างๆมาช่วยคานน้ำหนัก โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่าเวลานี้ฮิคส์ กำลังเป็น "เหยื่อข่าว" ที่โดนทุกฝ่ายรุมเล่นงาน โดยที่คนที่ลูบปากแสยะยิ้มรออยู่ไกลๆก็คือดีไอซี ที่ปั่นหัวทุกคนให้คิดว่าฮิคส์คือศัตรูที่ร้ายกาจและพวกเขาคือ "มหามิตร"
      
เพียงแต่ในมุมมองของผมเอง ผมไม่คิดว่าการกระทำครั้งนี้ของฮิคส์เป็นการกระทำที่ถูกต้องนัก
      
แม้จดหมายที่ควรจะเป็น "จดหมายลับ" ดันหลุดออกมาในที่สาธารณะได้โดยที่แม้แต่แพร์รี่เองก็ยืนยันว่ายังไม่เคยแม้แต่เห็นจดหมายฉบับดังกล่าว แต่ก็มีการยืนยันถึงตัวตนของจดหมายความยาว 3 หน้ากระดาษนั้น
      
มันอาจมีใครสักคนที่หวังดีและเป็นห่วงต่อริค จึงได้ส่งจดหมายฉบับดังกล่าวไปยังสื่อที่น่าจะยืนเคียงข้างกันอย่างลิเวอร์พูล เอ็คโค่
      
ก่อนจะมีแถลงการณ์ฉบับสั้นๆออกมาจากซีอีโอแห่งแอนฟิลด์ว่าจะทำงานตามหน้าที่เดิมต่อไป
      
ในเช้าวันรุ่งขึ้น (ศุกร์) ริค แพร์รี่ ถูกทีมข่าวสกายสปอร์ตสดักสัมภาษณ์หน้าสนามแอนฟิลด์ โดยที่เปิดปากพูดไม่มากนักเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่ก็มีการ "แขวะ" ถึงฮิคส์เล็กๆในเรื่องการขาดความเป็นหนึ่งเดียวในระดับผู้บริหารสูงสุด และยืนยันที่จะทำงานต่อไปตามเดิมแน่นอน
      
หลังจากนั้นก็ได้มีการออกมา "ให้ท้าย" ของจอร์จ จิลเล็ตต์อีกหนึ่งเจ้าของสโมสร ซึ่งเชื่อกันก่อนหน้านี้ว่าเป็น "พันธมิตร" กับแพร์รี่ และพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองและลิเวอร์พูลด้วยการปล่อยหุ้นให้