2008/Mar/17

จากคอลัมน์ Red Alert
หนังสือพิมพ์กีฬารายวันคิกออฟ (17 มี.ค.2551)

บิดเข็มนาฬิกาย้อนกลับไปเมื่อ 13 เดือนที่แล้ว ในย่านที่เต็มไปด้วยสำเนียงแบบลอนดอนใต้ หรือ "ค็อกนีย์" นักฟุตบอลคนหนึ่งกำลังสับสนกับชีวิตของตัวเองว่าควรจะก้าวเดินไปทางใดดี

       การเดินทางเพื่อมาหา "ขุมทรัพย์" ในฟุตบอลยุโรปมันเลวร้ายกว่าที่คาดคิดไว้เหลือเกิน เป็นความจริงที่โหดร้ายและไม่อาจให้อภัยตัวเองได้โดยง่ายที่ทำให้ต้องมาประสบชะตากรรมลำบากขนาดนี้
       
ยิ่งนั่งคิดถึงอดีตเมื่อไม่กี่เดือนก่อนยังเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดในแดนดินละตินอเมริกา มีสโมสรใหญ่น้อยมากมายที่พร้อมปูพรมแดงให้การต้อนรับขับสู้อย่างดี และมีอนาคตที่สดใสรออยู่ข้างหน้า
       
สุดท้ายเขากลับเป็นเพียงนักฟุตบอลไร้อนาคต รอเล่นในเกมของทีมสำรองไปวันๆ
       
ไม่มีแสงสว่างที่ปลายทางให้เห็นเลยแม้แต่น้อย
       
จนกระทั่งการมาถึงของชายคนหนึ่งที่มาเคาะประตูถึงหน้าบ้าน พร้อมกับคำถามแรก
       
"คุณอยากมาเล่นให้กับลิเวอร์พูลหรือเปล่า?"
       
แม้จะตกใจกับการพบเจอกับชายคนดังกล่าว แต่เขาก็เลือกที่จะตอบตกลง
       
แล้ว "El Jefecito" ก็กลับมาค้นพบแสงสว่างในชีวิตได้อีกครั้ง ..

       ณ เข็มนาทีนี้ - ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ กลับมาเป็นหนึ่งในกองกลางตัวตัดเกมที่เก่งที่สุดในโลกอีกครั้ง และเป็นเสาหลักให้กับลิเวอร์พูลในการไล่ตามความสำเร็จอย่างเผ็ดร้อน
       
อดีตนักเตะที่สร้างปรากฏการณ์ในวงการฟุตบอลอาร์เจนติน่า เมื่อได้ติดทีม "อัลบิเชเลสเต้" ทั้งๆที่ยังไม่เคยแม้แต่จะลงเล่นให้กับสโมสรต้นสังกัดอย่างริเวอร์เพลทแม้แต่นาทีเดียว
       
มันแสดงให้เห็นถึง "พรสวรรค์" ที่ซุกซ่อนอยู่ในตัว
       
พรสวรรค์ของการเป็น "จอมทำลาย" ที่เป็นตำแหน่งเดียวที่เขาต้องการจะลงเล่นมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กอยู่ในบูเอโนส ไอเรส
       
มันเป็นเรื่องน่าแปลกเพราะเด็กๆในอาร์เจนติน่า ร้อยทั้งร้อยต่างก็ต้องการจะเล่นฟุตบอลให้ได้เหมือนกับดีเอโก้ มาราโดน่า ตำนานเทพเจ้าลูกหนังของคนอาร์เจนไตน์กันทั้งนั้น
       
แต่มาสเคราโน่ ยืนยันว่างานในการเป็น "จอมทำลาย" หรือหากอยากจะเรียกว่าเป็นงาน "คนแบกน้ำ" ก็ไม่ว่าคืองานที่เขาถนัดที่สุด
       
มันเป็น "ศิลปะ" ในอีกแขนงที่งดงามไม่ต่างจากการสร้างสรรค์เกมด้วยเวทมนต์ที่ปลายเท้า
       
"ตำแหน่งโฮลดิ้ง มิดฟิลด์ จะต้องรักษาตำแหน่งของเราเอง คุมพื้นที่ว่าง ช่วยปกป้องคู่กองหลัง สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการปกป้องคู่กองหลังนี่แหละ จากนั้นก็คือการเก็บบอลในจังหวะสองให้ได้ ซึ่งในอังกฤษมีหลายทีมที่เล่นบอลโยนยาวดังนั้นเราก็ต้องพร้อมสำหรับการเก็บบอลจังหวะสองให้ได้ตลอดเวลา"
       
มาสเคราโน่ ให้สัมภาษณ์ด้วยภาษาอังกฤษที่ดีเกินความคาดหมาย ก่อนจะอธิบายด้วยสีหน้าจริงจังต่อว่า "เมื่อเราได้บอลก็ต้องอย่าเสียมันไปง่ายๆ ค่อยๆผ่านบอลให้เพื่อนร่วมทีมจะดีที่สุด"
       
"ในครั้งที่โคล้ด มาเกเลเล่ เดินทางมาถึงเชลซี เขาได้แสดงให้ทุกคนได้เห็นว่าตำแหน่งนี้นั้นเล่นกันอย่างไร มันเป็นการให้การศึกษา ทุกครั้งมาเกเลเล่จะอยู่ถูกที่ถูกเวลาเสมอ เขาจะไม่วิ่งให้มากมาย เขารู้ว่าเขาควรจะอยูที่ไหน เขาสกัดลูกอันตรายได้หมด ส่วนในอังกฤษ โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ จะเป็นนักเตะตำแหน่งนี้ที่เก่งที่สุด"
       
ฟังดูเป็นงานที่น่าเบื่อ และอาจถูกมองว่าเป็นจอมสกปรกเมื่อหน้าที่หลักคือการ "ทำลาย" มากกว่าการสร้างสรรค์ ขาดแคลนสิ่งที่ถือเป็นความสะใจสูงสุดของการเล่นฟุตบอลก็คือการยิงประตู
       
"นายอำเภอน้อย" ยิ้มแหยๆอย่างซื่อๆ ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ก่อนจะยอมรับว่า "มันก็หาได้ยากที่จะมีนักเตะตำแหน่งนี้ที่ยิงประตูได้ด้วย"
       
"ไม่มีใครทำทุกอย่างได้หรอก! ทุกคนมีบทบาทของตัวเองในทีม และสำหรับตำแหน่งโฮลดิ้ง มิดฟิลด์ งานหลักคือการเล่นตามแท็คติกส์"
       
"แฟนๆอาจจะไม่ชอบตำแหน่งนี้มากนักเพราะมันดูจะเป็นการเล่นในเชิงลบ พวกเขาชอบการยิงประตู แต่ผมก็อยากจะถามกลับเหมือนกันว่าทีมจะยิงประตูได้อย่างไรถ้าไม่มีกองกลางตัวคุมบอลแบบนี้?"
       
อย่างไรก็ดี มาสเคราโน่ ยอมรับว่าก็ยังมีคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างชาบี้ อลอนโซ่ ที่มีความสามารถครบเครื่องทั้งการเล่นเป็นโฮลดิ้ง มิดฟิลด์และการยิงประตูที่หนักหน่วง
       
"ถ้ายิงได้ดีด้วยมันก็ช่วยได้มาก อย่างอลอนโซ่ เป็นคนที่วางเท้ายิงได้สวยงามมาก แต่หน้าที่ของผมก็คือการทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย บางทีผมอาจจะยิงได้ 3 ประตูต่อฤดูกาล ผมกะจะลองดูเหมือนกัน คิดว่าทำได้หรือเปล่าล่ะ?"
       
ความจริงในขณะที่สัมภาษณ์มาสเคราโน่ ยังทำประตูให้กับลิเวอร์พูลไม่ได้เลย แต่เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมานี่เอง ฮาเวียร์ ก็สามารถทำประตูแรกให้กับทีมได้สำเร็จโดยเป็นการยิงไกลที่หนักหน่วงสวยงาม ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เจ้าตัวพยายามจะพัฒนาขึ้น โดยสามารถสังเกตได้ชัดว่าหากมีจังหวะมาสเคราโน่ พร้อมจะเติมขึ้นมาเพื่อลุ้นทำประตูด้วยการยิงไกลบ่อยๆ
       
อาจจะไม่สวยงามหรือแม่นยำได้ลุ้นเหมือนอลอนโซ่ แต่บ่อยครั้งในระยะหลังที่บอลออกจากเท้าของมาสเคราโน่ก็ถือว่าได้ลุ้น
       
อย่างไรก็ดีมาสเคราโน่ ก็ยังมีความสุขกับการเล่นตาม "บท" ที่ถนัดอย่างการทำลายเกมคู่ต่อสู้
       
การปะทะย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และมีหลายฝ่ายที่แสดงความวิตกถึงการเข้าสกัดที่รุนแรง เซปป์ แบลตเตอร์ ประธานฟีฟ่าถึงกับเรียกร้องให้มีการแบนผู้เล่นที่เข้าสกัดรุนแรงไปตลอดชีวิต
       
แต่สำหรับมาสเคราโน่ การเข้าสกัดนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องปะทะแล้วต้องทำร้ายคู่แข่งเสมอไป
       
"ไม่ ผมจะไม่ยื่นปุ่มสตั๊ดใส่คู่แข่งเด็ดขาด ผมจะวางตีคู่ไปกับพวกเขาแล้วค่อยสไลด์กับความหวังที่จะแย่งบอลคืนมาได้"
       
มาสช์ เผยถึงสิ่งสำคัญที่สุดในการทำลายเกมคู่แข่งด้วยการเสียบสกัดวา "จังหวะเวลาคือสิ่งสำคัญที่สุด ผมไม่เคยเตะคนอื่น ถ้าผมจะเข้าเสียบผมก็ไม่คิดจะทำร้าย ผมไม่เคยเล่นอย่างรุนแรง"
       
"โอเค บางครั้งผมอาจจะเสียฟาวล์ถ้ามันเป็นการสกัดผิดจังหวะ แต่ผมไม่เคยตั้งใจจะทำร้ายใคร ผมพยายามที่จะทำแบบนี้ (ทำท่าสไลด์กวาดบอลให้ดูเป็นตัวอย่าง) แล้วแย่งบอลมา จังหวะที่เสียบสกัดผมจะมีสมาธิดีมาก และผมจะไม่เข้าสกัดจากข้างหลังเด็ดขาด"

       จากนั้นเมื่อพูดถึงลิเวอร์พูล มาสเคราโน่ กล่าวด้วยความสุขทันที "ผมรู้สึกได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่มาถึงที่นี่ว่า 'นี่แหละคือบ้านของผม' ตอนเป็นเด็กๆ ผมไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเป็นจริงได้ ในอาร์เจนติน่าเราอยากย้ายมายุโรป แต่เราจะคิดถึงเรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า หรือมิลาน ไม่มีลิเวอร์พูลในความคิดนั้น"
       
"เราเคยได้ยินชื่อเมืองนี้บ้าง และแน่นอนล่ะใครๆก็รู้จัก The Beatles พ่อผมก็ชอบวงนี้"
       
"ตอนที่ผมย้ายมาที่นี่ ผมอยากเรียนรู้ชีวิตของคนลิเวอร์พูล ผมได้อ่าน ได้ดูดีวีดีแล้วก็รู้ว่าทั้งสโมสรและเมืองแห่งนี้มีประวัติศาสตร์มากมาย มีนักเตะที่ยิ่งใหญ่หลายคนในอดีตและทีมก็ประสบความสำเร็จมากมาย เป็นหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก จากทศวรรษที่ 70 ถึง 80 พวกเขาคว้าแชมป์มากมาย"
       
"ผมรู้ว่าการได้เล่นฟุตบอลที่นี่จะทำให้ผมมีโอกาสแบบนั้นเช่นกัน" 
       
ก่อนที่จะยอมรับว่าทีมตอนนี้กระหายเพียงพรีเมียร์ลีกเท่านั้น เพราะแชมเปี้ยนส์ ลีก, เอฟเอ คัพ, คาร์ลิ่ง คัพ หรือยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ทีมก็เคยกวาดมาหมดแล้วในช่วง 10 ปีหลัง ซึ่งแม้ผลงานในฤดูกาลนี้จะไม่เข้าตานักในลีก แต่ก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตในฤดูกาลหน้า
       
อย่างไรก็ดีสิ่งที่ทำให้มาสเคราโน่ ตื่นเต้นมากก็คือการได้เล่นเคียงข้างกับสตีเฟ่น เจอร์ราร์ด กัปตันแห่งแอนฟิลด์ ที่แม้แต่เจ้าตัวยังต้องยอมซูฮกให้ "ผมเคยดูลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ในแชมเปี้ยนส์ ลีกทางทีวี และตอนนี้ผมได้เล่นกับสตีเฟ่น เจอร์ราร์ด เขาเก่งกว่าที่ผมคิดไว้อีก โดยเฉพาะเรื่องจังหวะการยิงประตูของเขา เขาเป็นกองกลางที่สมบูรณ์แบบ ครบเครื่องที่สุด ทั้งเทคนิค ความเร็ว พละกำลัง และก็ยังฉลาดมากด้วย"
       
แต่คนที่เอล เจเฟซิโต้ เคารพอย่างจริงใจที่สุดก็คือชายคนที่ไปเคาะประตูบ้านเพื่อชักชวนให้ย้ายมาอยู่ด้วยกันในลิเวอร์พูล ทั้งๆที่เวลานั้นเขาเป็นเพียงนักเตะที่ไร้อนาคตจมปลักในทีมสำรองของเวสต์แฮม และทำให้มาสเคราโน่ "ให้ใจ" กับราฟา ด้วยการทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างเต็มที่เพื่อตอบแทนความไว้ใจกันและกัน
       
"ผมไม่ลืมเลยในวันที่เขามาหาผมและพาผมมาจากเวสต์แฮม ซึ่งตอนนั้นผมยังอยู่ในทีมสำรอง ผมรู้ว่าฤดูกาลนี้มันไม่ใช่ช่วงที่ดีที่สุดของรฟาา แต่มันไม่ใช่ความผิดของเขาที่เราต้องตามหลังอาร์เซนอล เพราะเขาไม่ใช่คนที่ลงเล่นในสนาม"
       
"ในการจะคว้าแชมป์ได้ เราต้องมีกองเชียร์ มีนักตเะ มีสตาฟฟ์ และเจ้าของที่ร่วมแรงร่วมใจกัน มันก็เหมือนกับโต๊ะที่จะยืนไม่ได้เลยหากขาทั้ง 4 ข้างหายไปข้างใดข้างหนึ่ง"
       
แล้วเคีย ชูรับเชียนล่ะ?
       
นายหน้าลูกหนังจอมเจ้าเล่ห์ในสายตาของชาวโลก แต่สำหรับมาสเคราโน่แล้วเขาเป็นอย่างไร?
       
"เขาไม่ใช่เจ้าของของผม เขาเป็นเพื่อนของผม" เอล เจเฟ่ของเรายืนยัน
       
"เขาช่วยให้การย้ายทีมของผมเกิดขึ้นได้ ผมอยากจะมาอยู่ที่ลิเวอร์พูล ผมบอกกับเขาแบบนั้นเสมอ"
       
ใช่ - เพราะถ้าไม่มีชูรับเชียนแล้ว มาสเคราโน่ อาจจะไม่ได้เซ็นสัญญาเป็นผู้เล่นของลิเวอร์พูลอย่างถาวรได้ด้วยค่าตัว 19 ล้านปอนด์อย่างแน่นอน เพราะยังมีอีกหลายสโมสรที่พร้อมจะกระชากตัวไปร่วมทีมและชูรับเชียนก็พร้อมให้โอกาสลิเวอร์พูลเป็นทีมแรกตามคำขอร้องของ "เพื่อน" อย่างมาสเคราโน่

       มันทำให้อย่างน้อยที่สุด ลิเวอร์พูลก็จะมีสุดยอดจอมทำลายจากอาร์เจนติน่า คอยตัดเกมปัดกวาดในแดนกลางไปอีกอย่างน้อย 4 ปีเลยทีเดียว!

 

edit @ 17 Mar 2008 02:59:47 by leciel

Comment

Comment:

Tweet


เดี๋ยวนี้กลางเริ่มแน่นขึ้น แต่ผู้เล่นทางกราบซ้ายขวาคิดว่ายังไม่เวิค หวาดดีคุณโด้ เป็นยังไงบ้าง ไม่ได้เข้ามาหลายเดือนเลย สบายดีบ่ ว่างงานนี่แย่จังฮู้ ว่าแต่เมลที่คุยกันถ้าจำได้ทักมาหน่อยเด้อ พอดี clear list mail ไปอะ
#2 by bujaratY (118.174.14.170) At 2008-03-22 00:11,
ผมก็เป็นคนนึงครับที่ชอบ ตัวทำลายเกมส์ผู้นี้ อีกทั้งบทสัมภาษณ์ต่างๆ ยังแสดงให้ถึงว่ารักสโมสรแห่งนี้เพียงใด
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเค้าจะต้องเป็น ตัวทำลายเกมส์อันดับ
หนึ่งของโลกในไม่ช้านี้แน่นอนครับ

คุณลูกแม่กิ่งไม่ได้ไปเขียนบทความที่ Liverpool.in.th แล้วเหรอครับ ผมรอติดตามผลงานอยู่นะครับ
#1 by Arashikung (58.10.74.16) At 2008-03-21 16:23,

ลูกแม่กิ่ง
View full profile