จากคอลัมน์ฟุตบอลมุมป้าน
หนังสือพิมพ์กีฬารายวันคิกออฟ (24 ม.ค.2551)
ประโยคดังกล่าวกลายเป็นประโยคทองแห่งแรงบันดาลใจที่ถูกนำมาต่อยอดเในเวลานี้กับหนังสือ "ต้นไม้ใต้โลก" ที่กำลังขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
ปณิธานแห่งความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงโลกด้วยหนึ่งสมองสองมือของเราก็นำไปสู่การก่อตั้งชุมชน "ต้นไม้ขี้เหงา" ที่มีจุดยืนในการเยียวยาโลกของเราอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งผมก็เชื่อว่าพวกเขาเหล่านั้นจะทำ "อะไรบางอย่าง" ให้เกิดขึ้นได้
และแม้บางอย่างอาจเป็นเพียงเรื่องเล็กๆน้อยๆในสายตาของคนอื่น
แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าคือ "ความตั้งใจ" ที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง
"สาร" เหล่านี้ต่างหากที่สำคัญและมีความหมายมากกว่า
มือสองข้างของเรามันเล็กนิดเดียว แต่ถ้ามีหลายๆมือมาจับประสานกัน มันก็เป็น "พลัง" ที่ยิ่งใหญ่ได้เหมือนกัน
เพราะแม้แต่ในโลกของฟุตบอลก็มีการพิสูจน์มาแล้วว่า "พลัง" ของเราหลายคนสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้
เช่นในเรื่องของ "MyFC" หรือ My Football Club ที่ได้กลายเป็น "ปรากฎการณ์" ของวงการฟุตบอลไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
เรื่องราวของสโมสรฟุตบอลในความฝันที่ผ่านการแปรรูปมาจนกลายเป็นความจริงที่สัมผัสจับต้องได้จริง กลายเป็นเรื่องราวที่ใครก็อยากรู้เบื้องลึกเบื้องหลังว่าที่มาที่ไปของมันเป็นอย่างไร
บรรดานักข่าวฟุตบอลทั้งหลายไม่ว่าจะจาก สำนักข่าวใหญ่โต รายการทีวี วิทยุ และหนังสือพิมพ์จากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นจากที่รัสเซีย, บราซิล, เม็กซิโก และสวีเดน
ยักษ์ใหญ่ในวงการกีฬาสหรัฐที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วโลกอย่าง ESPN ก็ยังต้องส่งทีมข่าวมาเก็บเรื่องราวของสโมสรฟุตบอลที่มีเจ้าของเป็นแฟนบอลกว่า 27,000 คนจากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก
หรือแม้กระทั่งสำนักข่าวจากโลกอาหรับอย่างอัล จาซีร่า ก็ส่งทีมข่าวมาเก็บเรื่องราวแล้วหนึ่งครั้งพร้อมคำมั่นว่าพวกเขาจะกลับมาใหม่ในเร็ววัน
สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ผมเชื่อว่า วิลล์ บรูคส์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ MyFootballClub.com คงจะชื่นใจ แม้จะต้องเหน็ดเหนื่อยกับการให้สัมภาษณ์บ่อยๆก็ตาม
เพราะเขากำลังทำในสิ่งที่ยืนอยู่ ณ จุดตรงข้ามของโลกฟุตบอลทุนนิยมอย่างสิ้นเชิง
ณ เข็มนาฬิกาเดินไปนี้ MyFC ในโลกแห่งความฝัน หรือ เอ็บบส์ฟลีท ยูไนเต็ด (Ebbsfleet United) ในโลกแห่งความจริงกำลังจะบรรจบกันอย่างเป็นทางการในเวลาอีกไม่นานนัก
ราวเดือน มี.ค. สมาชิกกว่า 27,000 คนจะตัดสินว่าพวกเขาในนาม MyFC จะตอบ "Yes" หรือ "No" สำหรับการเทคโอเวอร์ทีมเอ็บบ์สฟลีท
หากคำตอบออกมาว่า "ใช่" สโมสรแห่งนี้ก็จะถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์อย่างถาวรในฐานะสโมสรแห่งแรกที่เปิดโอกาสให้แฟนบอลทุกคนได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทีมอย่างสมบูรณ์
เป็นสโมสรฟุตบอลที่เป็นทั้งตัวแทนของประชาธิปไตย ที่ทุกคนจะมีสิทธิ์และเสียงเท่าเทียมกัน
มือของเรามีน้ำหนักเท่ากัน เสียงของเราก็ดังเท่ากัน
และยังเป็นสโมสรฟุตบอลที่เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ทุกคนกำลังเฝ้ารอการตกลงอย่างเป็นทางการของกลุ่มชนคน MyFC และสโมสรเอ็บบ์สฟลีทอยู่
มันได้มีปรากฏการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นกับสโมสรฟุตบอลแห่งนี้เรียบร้อยแล้ว
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่ผลงานของนักเตะในสนามที่ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา โดยนับตั้งแต่การประกาศว่าจะมีการเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรแห่งนี้ ทีมลงเล่นไป 12 นัด ชนะถึง 8 เสมอ 2 และแพ้เพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น
เอ็บบ์สฟลีท อยู่ห่างจากกลุ่มโซนที่จะได้ลุ้นเล่นเพลย์ออฟของบลูสแควร์ พรีเมียร์แค่ 3 คะแนน
เรียกว่าพวกเขายืนไม่ห่างจาก "บันได" ที่จะได้ก้าวขึ้นมาสู่การเป็นสโมสรระดับ "ฟุตบอลลีก" เป็นครั้งแรกของสโมสรเลย
ทว่าเรื่องที่ทำให้หัวใจชุ่มชื่นมากกว่าผลงานดังกล่าว รวมถึงกองทัพนักข่าวที่แห่กันมาทำงานข่าวกันล้นหลาม คือการเดินทางมาของเหล่าสมาชิกที่กระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก
จอช ฟรีดแมน นักกฎหมายจากบอสตัน ที่รู้จักกันในนาม "Friejose" ผู้โด่งดังของฟอรัมในเว็บไซ์ myfootballclub.com เดินทางข้ามทวีปจากอเมริกามาเพื่อเยี่ยมชมสโมสรของเขาถึง 3 ครั้งเข้าไปแล้ว
ขณะร็อบ แดเนียล หรือ "Chocmint" นักเขียนวรรณกรรมสำหรับเด็กเดินทางจากอัลบานี ในออสเตรเลียตะวันตกมาเพื่อดูเอ็บบ์สฟลีท แข่งกับเอ็กเซเตอร์ ก่อนที่จะเดินทางเยี่ยมชมโรงเรียนทั่วสหราชอาณาจักรเพื่อเปิดเวิร์คช็อปไปด้วยในตัว
นอกจากนี้ยังมี "FNEX" จากเบอร์ลิน และอีกหลายร้อยคนที่เดินทางมาเยี่ยมสโมสรฟุตบอลของพวกเขา
สำคัญคือพวกเขาไม่ได้มามือเปล่า และก็ไม่ได้เอาแค่หัวใจมาฝาก
ชาว MyFC นอกจากจะมีมือไว้ "ยก" เพื่อโหวตในเรื่องต่างๆ พวกเขายังยื่นมือนั้นมาเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
แถมยังเป็นการยื่นมือมาด้วย "ความสมัครใจ" ด้วยซ้ำไป
บางคนควักเงินสดให้เป็นสปอนเซอร์ของนักฟุตบอลในทีม ขณะที่อีกหลายคนร่วมลงขันกันเพื่อซื้อลูกฟุตบอลและเสาประตูใหม่เพื่อใช้ในสนามซ้อม และอีกจำนวนหนึ่งพร้อมให้การช่วยเหลือชุดฟุตบอลสำหรับเด็กๆด้วย
สิ่งที่เกิดขึ้นมันคือความ "มหัศจรรย์" ของโลกฟุตบอล
มันคือ "ปาฏิหารย์" ที่เกิดขึ้นจริงบนสนามหญ้า
เพียงแต่ยังมีอีกเรื่องที่ถือเป็น "หัวใจ" ของเรื่องนี้ และยังไม่ได้รับการพิสูจน์
เรื่องดังกล่าวคือการเปิดให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการ "เลือก" ทีมที่พวกเขาต้องการด้วยตัวเอง ไม่แตกต่างอะไรจากการเล่นเกม Football Manager ด้วยการเลือกระบบแผนการเล่น
จากนั้นก็คือการ "Drag and Drop" หรือลากตัวผู้เล่นที่ต้องการเข้าไปใส่ในตำแหน่งต่างๆ
สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการเทคโอเวอร์สโมสรอย่างเบ็ดเสร็จในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนกำลังจับตามองอยู่ว่ามันจะ "เวิร์ค" หรือไม่
เพราะจากสโลแกนของ MyFC คือ "Own the club, pick the team" สมาชิกทุกคนจึงต้องมีส่วนร่วมในการที่จะตัดสินใจในเส้นทางเดินของทีมด้วย ไม่ใช่จะแค่มีส่วนร่วมอย่างเดียวเท่านั้น
แต่บางคนก็ไม่คิดที่จะมีส่วนร่วมการตัดสินใจดังกล่าว เพราะไม่เชื่อว่าตัวเองจะมีภูมิความรู้อะไรที่มากไปกว่าเลียม เดช ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันที่ผ่านการเล่นในระดับสูงสุดมาแล้วกับทีมชาติไอร์แลนด์และสโมสรโคเวนทรี เมื่อครั้งยังอยู่ในพรีเมียร์ลีก
ขณะที่บางคนก็ยืนกรานว่าการจะทำให้สโมสรฟุตบอลแห่งนี้ "สมบูรณ์" พวกเขาต้องเลือกเส้นทางต่างๆด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตามการตัดสินใจจะเลือกทีมนั้น อย่างน้อยที่สุด MyFC ก็มีการเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลให้กับสมาชิกได้ใช้ประกอบการตัดสินใจ
นอกจากจะมีการสรุปข้อมูลในการฝึกซ้อมจากเดช ที่จะรายงานให้ทราบว่านักเตะคนไหนสภาพร่างกายเป็นอย่างไร และการซ้อมที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ตั้งใจหรือเปล่า
ทาง MyFC ก็ได้มีการติดระบบ ProZone ที่สมาชิกทุกคนจะสามารถเช็คสถิติอย่างละเอียดได้ ซึ่งแม้จะค่อนข้างซับซ้อนแต่ก็เริ่มมีการให้ทดลองศึกษากันแล้ว
ณ เข็มนาฬิกาเดินไปยังไม่มีใครรู้ครับว่าทุกอย่างมันจะราบรื่นสวยงามหรือไม่ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนค่อนข้างสูง
หากทำแล้วไม่ได้ผลดีก็ไม่รู้จะโทษใครเพราะมันคือการตัดสินใจของสมาชิกด้วยกันเองทั้งนั้น
แม้แต่เดชเองก็ยอมรับว่าทำได้ดีที่สุดแค่การให้ข้อมูลที่ดีพร้อมมากที่สุดเท่านั้น ส่วนที่เหลือก็ได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความกังวลอยู่บ้าง แต่ทุกคนก็มี "ความหวัง" กับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดจาก MyFC สู่เอ็บบ์สฟลีท ยูไนเต็ด
มันคือความฝันที่กลายเป็นความจริง
นี่คือ "ปรากฏการณ์มหัศจรรย์" ของโลกฟุตบอล
edit @ 23 Jan 2008 18:43:55 by leciel