2008/Jan/08

จากคอลัมน์ Red Alert
หนังสือพิมพ์กีฬารายวันคิกออฟ (7 ม.ค.2551) 

               ระหว่างที่ผมเริ่มต้นเขียนบทความชิ้นนี้ เกมระหว่างลิเวอร์พูล กับลูตัน ยังคงไม่เริ่มต้นขึ้น

               เพียงแต่ก็เริ่มพอมีกระแสขึ้นมาบ้างแล้วสำหรับข่าวต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับเกมโดยตรงเช่นเรื่องสภาพความพร้อมของทั้งสองทีม หรือการหวนรำลึกถึงวาระของนักเตะเช่น ชาบี้ อลอนโซ่ กับประตูสุดมหัศจรรย์ และ "บิ๊กดอน" ดอน ฮัตชินสัน อดีตนักเตะลิเวอร์พูลที่ควรจะมีอนาคตไกลกว่านี้หากไม่เมาจนก่อเรื่องในคืนอัปยศคืนนั้น

               รวมถึงข่าวที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยิน กับเรื่องการขอร้องให้ลิเวอร์พูลช่วยบริจาคเงิน 100,000 ปอนด์ ซึ่งเป็นค่าบัตรผ่านประตูให้กับทางลูตัน ที่กำลังเผชิญภาวะวิกฤติการณ์ทางการเงินในเวลานี้

               อย่างไรก็ดี กระแสก่อนเกมกับลูตัน มันช่างเบาบางนักเมื่อเทียบกับกระแสการวิจารณ์การทำงานของราฟา เบนิเตซ ที่เริ่มลุกโชนอีกครั้งจากความผิดหวังของเหล่าแฟนบอล

               ช่วงหลายวันมานี้ผมได้อ่านบทความหลายชิ้นที่วิพากษ์ลิเวอร์พูลกันทั้งอย่างตรงไปตรงมาและมีทีท่าประณีประนอม

               แน่นอนว่ากระแสหลังการพลาดท่าเสมอวีแกนในแอนฟิลด์ ย่อมทำให้ "ภาพ" ของลิเวอร์พูลมัวหมองไปไม่น้อย

               แม้แต่จอห์น อัลดริดจ์ ยังยอมรับว่าโอกาสในการคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ได้หลุดลอยไปอย่างเป็นทางการแล้ว

               ขณะที่นักเขียนบางท่าน ส่งสัญญาณเตือนว่าเวลาของราฟา ในแอนฟิลด์กำลังลดน้อยถอยลงไปทุกที

               หากยังไม่สามารถทำทีมให้เล่นฟุตบอลได้สนุกสนานเอาใจแฟนๆรวมถึงมีความสำเร็จติดไม้ติดมือในฤดูกาลนี้แล้ว บางทีราฟา อาจจะต้องออกไปหางานใหม่หลังจบฤดูกาลนี้

               แต่บทความของนักเขียนอ่านแล้วก็ไม่มันเท่ากับการนั่งอ่านความเห็นของแฟนบอลครับ

               นี่แหละที่เป็น "เสน่ห์" ของการเขียน "บล็อก" ที่สามารถ "โต้ตอบ" ได้อย่างทันที ง่ายดาย และรวดเร็ว

               ผมใช้เวลาไปไม่น้อยครับ และยิ่งอ่านก็ยิ่งเห็นสิ่งที่แตกต่างระหว่างเดอะ ค็อป เมืองไทยกับเดอะ ค็อป เมืองนอก ก็คือเรื่องของการจับประเด็นมาวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเดอะ ค็อป เมืองนอกสามารถจับประเด็นมาพูดคุยกันได้อย่างน่าสนใจ มีการโต้แย้งกันอย่างมีเหตุมีผล ซึ่งแม้บางครั้งจะดุเดือดไปบ้าง แต่ก็ถือว่าอยู่ในข่ายที่พอยอมรับได้

               ขณะที่เมืองไทยนั้น เราเป็นชนชาติที่ค่อนข้างอ่อนไหวทางความรู้สึก การแสดงความคิดเห็นบางอย่างที่ไม่ตรงกับกระแสของคนส่วนใหญ่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งได้ง่าย

               อีกทั้งเรื่องของ "วุฒิภาวะ" ที่ยังต่ำอยู่ พอมีเรื่องขัดใจก็มักจะมีปฏิกริยารุนแรง ด่ากันบ้าง ท้าตีท้าต่อยบ้าง หรือบ้างก็พาลแตกหักเลิกคบไม่รู้จักกันอีกต่อไปก็มี

               ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยทั้งของตัวเองและบรรยากาศที่สงบสุข หลายครั้งเดอะ ค็อป ตามเว็บบอร์ดหรือฟอรัมในบ้านเราจึงเลือกที่จะแสดงความคิดเห็นอย่างประณีประนอมมากกว่า และส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ค่อยลงลึกในรายละเอียดมากนัก เพียงพิมพ์ความคิดเห็นตัวเองอย่างผ่านๆเท่านั้น

               อาจจะไม่ดุเด็ดเผ็ดมันแต่มันก็ได้บรรยากาศความปรองดองแบบไทยๆดี

               สิ่งที่อยากจะเอามาเล่าต่อก็คือ เดอะ ค็อป (ในโลกไซเบอร์) ก็ยังมีการแบ่งแยกเป็นทั้งฝ่ายที่สนับสนุนราฟา เบนิเตซ และไม่เห็นด้วยกับการให้ราฟาทำงานในหน้าที่นี้ต่อไป

               รวมถึงฝ่ายที่ยังมองไม่ออกขอให้เวลาจนจบฤดูกาลนี้ก่อนแล้วจะให้คำตอบ

               ผมเองเป็นกลุ่มชนในพวกหลังสุดครับ เพราะแม้จะมีอะไรที่ขัดหูขัดตาและขัดใจในการทำงานของราฟาหลายครั้ง แต่บางครั้งในระหว่างการออกเดินทางไกล เราไม่ควรทิ้งใครสักคนไว้ระหว่างทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคนคนนั้นคือนายท้ายที่ดูแลกันมาตลอด

               ดังนั้นถึงจะมีความรู้สึกว่าท้ายที่สุดแล้วลิเวอร์พูลก็ไม่ได้เดินทางมาไกลกว่ายุคของเชราร์ อุลลเยร์เท่าไหร่ ทั้งในแง่ของการบริหารจัดการทีม และการบริหารระบบสโมสรที่มีการเปลี่ยนถ่ายเจ้าของสโมสร

               แต่ผมก็จะให้เวลา "ดูใจ" กันไปถึงจบฤดูกาลนี้

               น้ำผึ้งพระจันทร์นั้นอาจหมดไปนานแล้ว แต่ในเมื่อไมตรีและความผูกพันในความทรงจำดีๆยังพอเหลืออยู่บ้าง

               ก็ให้มันทำหน้าที่ของมันไปก่อนแล้วกันครับ :)

Comment

Comment:

Tweet


ลูกแม่กิ่ง
View full profile