2007/Aug/29

จากคอลัมน์ฟุตบอลมุมป้าน
หนังสือพิมพ์กีฬารายวันคิกออฟ (29 ส.ค.50)

ในชั่ววินาทีที่ได้เห็นภาพการล้มฟุบลงไปของอันโตนิโอ ปูเอร์ต้า กองกลางสารพัดประโยชน์ของเซบีญ่า
มันคล้ายกับกาลเวลาได้หยุดนิ่งลงชั่วขณะ
ภาพความทรงจำในอดีตผุดขึ้นเดินสวนทางกับภาพเวลาปัจจุบันที่หยุดนิ่ง
ในรายการคอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพรอบรองชนะเลิศเมื่อ 26 มิถุนายน 2003 ที่สนามสต๊าด เดอ แชร์กลองด์ โลกลูกหนังต้องเสียมาร์ค วิเวียน โฟเอ้ กองกลางทีมชาติแคเมอรูนไปตลอดกาล
กองกลางแมนฯ ซิตี้หมดสติล้มพับกลางสนามนัยน์ตาเหลือกขึ้นไม่ได้สติ
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของอากาศที่ร้อนจัดเกินไปในสนามของโอลิมปิก ลียง อดีตสโมสรเก่าของเขา หรือเพราะการเข้ามาช่วยเหลือที่ไม่ทันท่วงทีของทีมแพทย์สนาม
มัจจุราชก็ได้พรากลมหายใจของโฟเอ้ไปแล้ว
ขณะที่แฟนบอลเบนฟิก้า คงยังไม่ลืมชื่อของมิคลอส เฟเฮอร์ กองหน้าอายุน้อยที่จากไปด้วยวัยเพียง 24 ปีเท่านั้น
เฟเฮอร์กองหน้าทีมชาติฮังการี เสียชีวิตต่อหน้าผู้ชมนับล้านที่ดูการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ในคู่ระหว่างวิตอเรีย กับเบนฟิก้าในช่วงทดเวลาบาดเจ็บซึ่งหลังจากได้รับใบเหลืองก็มีสีหน้าเจ็บปวดก่อนจะล้มฟุบลงกลางสนาม
น่าเศร้าที่ไม่มีการทดเวลาบาดเจ็บให้เฟเฮอร์ เพิ่มเติมโดยพญามัจจุราชแต่อย่างใด
เสื้อหมายเลข 23 ของวิเวียน โฟเอ้ในทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเสื้อหมายเลข 29 ที่เฟเฮอร์ใส่รับใช้เบนฟิก้า ถูกแขวนไว้ตลอดกาลเพื่อเป็นการรำลึกถึงสองยอดนักเตะผู้จากไปอย่างกระทันหัน
หลังวินาทีที่หยุดนิ่ง - ภาพเหตุการณ์ชุลมุนในสนามก็ผ่านเข้ามาในสายตาอีกครั้ง
ปูเอร์ต้าล้มลงไปกองกับพื้นท่าทางเจ็บปวดรวดร้าวสาหัส ขณะที่รุ่นพี่อย่างอิวิก้า ดรากูติโนวิชสังเกตเห็นความผิดปกติก็พยายามเข้ามาช่วยเหลือทันที
แม้จะเป็นการช่วยเหลือตามประสาด้วยการดึงลิ้นที่กำลังจะเข้าไปจุกหลอดลมออกมา ซึ่งวิธีการปฏิบัติอาจจะไม่ถูกต้องตามนัก แต่ความช่วยเหลือของ "ดราโก" ก็ถ่วงเวลายังไม่ให้มัจจุราชกระชากวิญญาณไปจากร่างของรุ่นน้อง ก่อนที่ทีมแพทย์ของเซบีญ่าจะเข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ได้ทัน
ภาพการเดินประคองตัวออกจากสนามได้เองของปูเอร์ต้าทำให้ทุกคนสบายใจขึ้น
เสียงปรบมือจากชาวเซบีญาโน่ดังกึกก้องเพื่อให้กำลังใจแก่นักเตะขวัญใจของพวกเขา
โดยที่ไม่มีใครรู้ว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ปูเอร์ต้าจะได้ยินเสียงปรบมือจากหัวใจของคนเซบีญ่า

ภายหลังความพยายามในการช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถของทีมแพทย์โรงพยาบาลบีร์เคน เดล โรซิโอ เป็นเวลากว่า 3 วัน
ในที่สุดมือของแพทย์ก็ไม่อาจยื้อลมหายใจที่ถูกกระชากโดยเคียวแห่งพญามัจจุราชได้อีกต่อไป
จุดพลิกผันของการจากไปของนักฟุตบอลอนาคตไกลเกิดขึ้นในเหตุการณ์หลังจากการเดินออกจากสนามรามอน ซานเชซ ปิซฆวน เมื่อปูเอร์ต้าเกิดหมดสติขึ้นมาอีกครั้งในห้องพัก
ทีมแพทย์ของเซบีญ่าพยายามนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วน แต่อาการมีแค่ทรงกับทรุด
ฆวนเด้ รามอส ให้สัมภาษณ์หลังเกมที่ถล่มเกตาเฟ่จบลงด้วยความเป็นห่วงลูกทีมว่า "พวกเรามาอยู่ที่ตรงนี้เพราะเราคือมืออาชีพ แต่ผมไม่มีอารมณ์จะพูดถึงอะไรในเกมนี้ เพราะผลการแข่งมันไม่สำคัญเท่าชีวิตของลูกทีมของผม"
ขณะที่โฆเซ่ มาเรีย เดล นิโด้ ประธานสโมสรออกมายอมรับด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่าปูเอร์ต้าหัวใจวายและอาการค่อนข้างที่จะร้ายแรงมาก
แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าจะถึงกับต้องเสียนักฟุตบอลคนนี้ไป
สัญญาณอันตรายในชีวิตของปูเอร์ต้าเกิดขึ้นหลังการออกมายอมรับของแพทย์ว่าอาการของเขายังคงไม่ดีขึ้น หัวใจห้องล่างมีการเต้นผิดปกติและอาจมีปัญหาในเรื่องของสมองได้รับความกระทบกระเทือนเนื่องจากหัวใจได้หยุดเต้นถึง 5 ครั้ง
เรียกว่าอาการโคม่า การคงอยู่หรือตายจากไปมีเพียงกระดาษแผ่นบางๆคั่นกลางไว้
น่าเสียใจที่เมื่อกระดาษแผ่นบางๆนั้นขาดลง ลมหายใจของปูเอร์ต้าก็หมดลงไปด้วย
เวลา 14.30 น.ของวันอังคารที่ 28 สิงหาคม
อันโตนิโอ ปูเอร์ต้า นักฟุตบอลวัย 22 ปีได้จากทุกคนไปแล้ว..

การจากไปของปูเอร์ต้าถือเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่งสำหรับวงการฟุตบอลสเปน
ชีวิตของคนทุกคนมีคุณค่าทั้งสิ้น ยิ่งเป็นเด็กหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์และมีอนาคตที่สวยงามรออยู่ในภายภาคหน้าอย่าปูเอร์ต้ายิ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากขึ้น
สำหรับชาวเซบีญาโน่แล้ว เด็กหนุ่มคนนี้เป็นเหมือนลูกชายที่น่าภาคภูมิใจของทีม
สโมสรดังแห่งแดนใต้ของสเปนมีชื่อเสียงในการผลิตนักฟุตบอลพรสวรรค์ขึ้นมาประดับฟากฟ้าวงการฟุตบอลสเปนมากมาย ปูเอร์ต้าก็เป็นหนึ่งในนั้น
เขาเป็นหนึ่งในผลิตผลของระบบเยาวชนที่แข็งแกร่ง โผล่พ้นน้ำมาพร้อมๆกับโฆเซ่ อันโตนิโอ เรเยส หรือเฆซุส นาบาส
ปูเอร์ต้า มีจุดเด่นที่การเป็นนักฟุตบอลที่เล่นด้วยเท้าซ้ายที่มีความครบเครื่อง สามารถเล่นได้ทั้งมิดฟิลด์ แบ็ก หรือแม้แต่วิงแบ็ก ร่างกายแข็งแกร่งกำยำ มีความเร็ว มีชั้นเชิง
สำคัญคือยิ่งเล่นก็ยิ่งเก่ง ยิ่งเก๋า ยิ่งครบเครื่องมากขึ้น/
เรียกว่าถ้าไม่ดีจริงทีมระดับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาร์เซนอล ลิเวอร์พูล หรือเรอัล มาดริดคงไม่สนใจ
ขณะที่อนาคตกับทีมชาติสเปนก็ยังเปิดกว้าง ด้วยวัยเพียง 22 ปีเท่านั้น แม้จะได้ติดทีมชาติเพียงแค่นัดเดียวก็ตาม แต่ด้วยพัฒนาการของฝีเท้าแล้วอนาคตตัวหลักทีมกระทิงดุไม่ได้ไกลเกินเอื้อมเลย
เรื่องราวของอันโตนิโอ ปูเอร์ต้ามันควรจะยาวนานกว่านี้ มากกว่าจะเป็นแค่นักฟุตบอลอายุน้อยที่ต้องจากไปตั้งแต่หน้าที่สองที่สามของหน้าบันทึกชีวิต
เพียงแต่สมุดบันทึกเล่มนั้นมันหมดหน้ากระดาษแต่เพียงเท่านี้..

คำถามสำคัญที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังคราบน้ำตาที่หลั่งไหลด้วยอาลัยต่ออันโตนิโอ ปูเอร์ต้า คือมาตรฐานของการตรวจร่างกายของนักฟุตบอล โดยเฉพาะในรายการแข่งระดับสูงว่าควรจะมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องราวเช่นนี้อีกหรือไม่
เพราะเรื่องแบบนี้ แม้ด้านหนึ่งจะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถควบคุมได้ และอาการหัวใจวายก็ไม่ใช่ความผิดของใครนอกจากความผิดของหัวใจเอง
แต่มันก็ควรจะมีวิธีการป้องกันที่ดีกว่านี้
ไม่มีใครอยากเห็นใครต้องจากไปเร็วเกินกว่าจะทำใจได้อีก
หลังน้ำตาหยดสุดท้ายที่ไหลรินของครอบครัวปูเอร์ต้า ฟีฟ่าในฐานะเสาหลักของวงการฟุตบอลโลกจะต้องทำอะไรสักอย่างสำหรับเรื่องนี้

แต่ ณ เข็มนาฬิกาเดินไปนี้ เราคงได้แต่เพียงกล่าวคำล่ำลาให้ปูเอร์ต้าไปดีเท่านั้น
Descanse en Paz, Antonio Puerta

Comment

Comment:

Tweet


เศร้ามากเลยค่ะ
ความตายไม่ใช่สิ่งไกลตัวเลยจริงๆ จะเกิดเมื่อไหร่ก็ได้
#4 by PoLy.. At 2007-08-29 22:43,
โคตรเศร้า อ่ะ ใช่ๆ ที่ว่าภรรยาจะคลอดลูกอ่ะ ยิ่งรู้สึกเศร้าหนักเลย
#3 by pirate7_redarmy (58.147.108.105) At 2007-08-29 22:35,
ADIÓS ค่ะ คุณพี่ Puerta
#2 by eun-hye At 2007-08-29 14:57,
ยิ่งได้รู้ว่าภรรยาของเค้าจะคลอดลูกเดือนหน้า ทำให้ความเศร้ายิ่งมากขึ้น

ขอเเสดงความเสียใจเเก่ครอบครับผู้ที่พญามัจจุราชพรากไป ตั้งเเต่คุณ ย.โย่ง เอกชัย นพจินดา มาร์ควิเวียน โฟเอ้ มิคลอส เฟเฮอร์ อันโตนิโอ ปูเอต้า พวกเขาเหล่านี้จะอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป RIP
#1 by 19thwarrior At 2007-08-29 07:40,

ลูกแม่กิ่ง
View full profile