2007/Jun/23

จากคอลัมน์ ฟุตบอลมุมป้าน
หนังสือพิมพ์กีฬารายวันคิกออฟ (22 มิ.ย.50)

ที่ลากอส - โอบาเฟมี่ มาร์ตินส์ เกือบเอาชีวิตไม่รอดเมื่อถูกผู้ร้ายในมาดไอ้โม่งยิงกระสุนสาดใส่อย่างอุกอาจ 

ข่าวที่ได้เห็นชวนให้สะเทือนใจและสะท้อนภาพชีวิตของชาวแอฟริกาที่ยังเต็มไปด้วยความรุนแรงมากมาย
การปลิดลมหายใจกันทำได้ง่ายเหมือนเล่นกีฬา
ชีวิตมีค่าไม่มากไม่น้อยไปกว่าผักปลาที่ขายในตลาดสด
ความรุนแรงฝังลึกในแผ่นดินแอฟริกา ดังรากไม้ใหญ่ที่หยัดยืนขืนแข็งตั้งตระหง่านต่อต้านผืนดิน ขอบฟ้า และเวิ้งนทีกว้างไกล
คนแอฟริกาเข้มแข็งทั้งกายและใจเพราะชีวิตจำต้องต่อสู้ตลอดมานับตั้งแต่ลมหายใจแรกของชีวิต
แต่เลือดนักสู้ที่เข้มข้นเกินไปนำไปสู่ความรุนแรงฝังแน่นในกมลสันดาน
อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความร้อนแรงและแสงแดดแผดเผา ยังมีบางคนที่เชื่อว่าชีวิตคนแอฟริกาเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่อ่อนโยนกว่านี้ได้
แม้ผืนดินแตกระแหง - เขายังเลือกที่จะปลูกดอกไม้ลงด้วยความทะนุถนอม
ดอกไม้ที่เรียกว่า "การศึกษา"

"เดียมบาร์ส" เป็นชื่อของสถาบันฟุตบอลแห่งหนึ่ง ท่ามกลางสถาบันฟุตบอลนับร้อยนับพันทั่วทวีปแอฟริกา
คำว่าเดียมบาร์ส เป็นภาษา "วูลูฟ" - ภาษาถิ่นของชาวเซเนกัล - อันหมายถึง "แชมเปี้ยน"
นี่คือโรงเรียนฟุตบอลของปาทริก วิเอร่า "แชมเปี้ยน" ชาวฝรั่งเศส ผู้ไม่ลืมชาติกำเนิดของตัวเองที่เป็นเซเนกัลลีส
เมื่อ 4 ปีก่อน วิเอร่า เดินลงไปในทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ใกล้กับเมืองซาลี ทางตะวันตกของเซเนกัล เขามองขึ้นไปบนฟ้า ก้มหน้าลงมาที่ผืนดิน และฝัน ..
ฝันถึงโรงเรียนฟุตบอลแห่งหนึ่งที่แตกต่างจากโรงเรียนฟุตบอลทั่วไปที่มีวัตถุประสงค์ขึ้นเพื่อตอบสนอง "นายทุน" ที่เป็นเอเยนต์ นายหน้า หรือนักฟุตบอลเก่า ที่หวังกอบโกยผลประโยชน์จากเพชรเม็ดงามที่พวกเขามีโอกาสขุดค้นพบได้โดยไม่เสียเงินลงทุนมากไปกว่าค่าเล่าเรียนและค่าเลี้ยงดู
โรงเรียนฟุตบอลของเขาไม่ได้หวังจะสร้างแต่ยอดนักเตะขึ้นมาประดับวงการฟุตบอลโลก
แต่เขายังหวังจะสร้างสถาปนิก ,วิศวกร ,นายธนาคาร หรือแม้แต่คุณครู หากพบว่าเด็กเหล่านั้นไม่เหมาะที่จะใช้ชีวิตเยี่ยงนักฟุตบอลอาชีพ
วิเอร่า หันกลับไปสบตากับซาเอร์ เซ็ค อดีตนักเตะทีมชาติเซเนกัล และผองเพื่อน จิมมี่ อัดโยวี่-โบโก นักฟุตบอลสายเลือดเบนิน และแบร์กนาร์ ลามา อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติฝรั่งเศส ก่อนจะทยอยจับมือพวกเขาทุกคน อันเป็นผู้ร่างโครงการนี้ขึ้นมา
สถาบันฟุตบอลเดียมบาร์ส ได้ถือกำเนิดขึ้นในนาทีนั้นเอง ..

"ปาทริก พาสปอนเซอร์ของเขาเข้ามา อาดิดาส ฟอร์ดและดึงดูดบุคคลสำคัญๆของโลกมา ไม่ว่าจะเป็นโทนี่ แบลร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ,อดีตประธานาธิบดีฌากส์ ชีรัคแห่งฝรั่งเศส ,ประธานาธิบดีอับดุลลาย วาเด แห่งเซเนกัล หรือแม้แต่ยูเนสโก้" เซ็ค กล่าวถึงความพยายามของผู้ร่วมอุดมการณ์
วิเอร่า กล่าวในวันที่ตอบรับโครงการนี้หลังหยุดคิดนานถึง 5 นาทีว่า "ผมคิดว่า ผมจะทำอะไรเพื่อประเทศบ้านเกิดของผมได้บ้าง? ตอนนี้พวกคุณให้โอกาสผมแล้ว ผมจะไม่เพียงให้การสนับสนุนเรื่องเงินเท่านั้น แต่ผมจะขอมีส่วนร่วมด้วย"
นั่นจึงเป็นที่มาของการระดมสรรพกำลังเพื่อสร้างสรรค์โรงเรียนฟุตบอลที่สอนมากกว่าศาสตร์ลูกหนัง
ปรารถนาที่แท้จริงของโรงเรียนแห่งนี้คือการสอน "ชีวิต" ให้แก่เด็กๆด้วย
ในความจริงแล้ว นับตั้งแต่วันที่วิเอร่า เดินทางจากบ้านเกิดเมืองนอนไปตั้งแต่อายุ 8 ขวบเพื่อติดตามแม่ไปค้นหา "ชีวิตที่ดีกว่า" - นี่เป็นครั้งที่ 2 เท่านั้นที่เขาได้กลับมายังบ้านเกิด
และครั้งแรกคือวันที่เขาครุ่นคิดถึงโรงเรียนฟุตบอลแห่งนี้นั่นเอง
ภาพของโรงเรียนที่เสร็จสมบูรณ์ อาคารเรียนทันสมัย ห้องเรียนใหญ่โต ห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว ,ห้องพยาบาล และห้องเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้วิเอร่ามีความสุข
แน่นอนว่าผู้ร่วมก่อตั้งรายอื่นๆก็มีความสุขไม่แพ้กัน
เช่นเดียวกับประกายตาสดใสทั้ง 87 คู่ที่จับจ้องไปที่นักฟุตบอลระดับโลกซึ่งจะเป็นต้นแบบของพวกเขาในอนาคต
ขณะที่วิเอร่า ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการมอบสิ่งที่เขาสามารถให้ได้คือการนำมาอยู่ใน "โครงสร้างชีวิต" ที่ดีกว่า
เขาเชื่อว่าเด็กแอฟริกาทุกคนมีความ "กระหาย" อยู่ในตัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และความกระหายนี้ที่จะเป็นสิ่งที่นำเขาไปสู่ชีวิตที่ดีกว่าได้
เพียงแต่ควรจะมีคน "ชี้นำ" ให้ถูกทิศทาง

เรื่องราวโรงเรียนฟุตบอลของปาทริก วิเอร่า แท้จริงแล้วก็ไม่แตกต่างจากโรงเรียนฟุตบอลทั่วไปมากนัก
เพราะบทสรุปสุดท้ายนักฟุตบอลของสถาบันก็จะต้องถูกขายออกไปเมื่ออายุครบ 18 ปี และเงินที่ได้รับก็จะเป็นเงินทุนสำหรับการบริหารของสถาบัน
ประสาคนคิดมาก ยังชวนสงสัยว่าเป็นเช่นนี้เท่ากับเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้กับโรงเรียนฟุตบอลแห่งนี้ (และแห่งไหนๆ) ที่ต้องพยายามผลิตนักฟุตบอลเก่งๆในระดับที่ตลาดต้องการออกมาให้ได้มากที่สุด
ผลิตออกมาได้มากเท่าไหร่ ก็หมายถึงโอกาสอยู่รอดของสถาบันที่ควรจะพึ่งพิงตัวเองมากกว่าสปอนเซอร์
อย่างไรก็ตาม - อย่างน้อยที่สุดเด็กๆที่เดียมบาร์ส ก็จะมีโอกาสได้รับการศึกษาจนกระทั่งถึงอายุ 18 ปี อันเป็นวัยที่ถือว่ามีวุฒิภาวะระดับหนึ่ง
โดยวาระสำคัญคือเพื่อลดความเสี่ยงจากการโดนล่อลวงจากสโมสรในยุโรปที่มักจะหาวิธีพาตัวไปเก็บสะสมไว้ในสโมสรในฐานะวัตถุดิบแห่งอนาคต และเอาชื่อเสียง เงินทอง และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าของครอบครัวเป็นตัวล่อ
แต่หากพวกเขาล้มเหลวเล่า ? อนาคตของเด็กที่ไร้การศึกษานั้นแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะคาดหวังถึงโอกาสที่ดีในชีวิต
อาชญากร ขอทาน หรือคนจรจัด คือทางเลือกในโลกแห่งความเป็นจริงของพวกเขา
เด็กๆเหล่านี้จึงสมควรได้รับการปกป้องมากกว่าเห็นเป็นเพียง "ตัวเงินตัวทอง" ของนายทุน
พวกเขามีสิทธิ์ที่จะได้รับการศึกษาที่เพียงพอที่จะดำรงชีวิตได้เยี่ยงปุถุชนธรรมดา

เพราะชีวิตนี้มีมากกว่าแค่ฟุตบอลลูกหนึ่ง ..

Comment

Comment:

Tweet


สู้เท่านั้น จะสำเร็จ
#1 by ผลฟุตบอล ยูโร (124.120.160.199) At 2009-02-10 16:05,

ลูกแม่กิ่ง
View full profile