2007/Mar/09

จากคอลัมน์ ฟุตบอลมุมป้าน
หนังสือพิมพ์กีฬารายวันคิกออฟ (8 มี.ค.50)


สมัยก่อนในช่วงที่รายการแนะนำสินค้าทางโทรทัศน์กำลังเพิ่งเข้ามาในเมืองไทย เมื่อราวเกือบ 10 ปีก่อน

มีสินค้าหลายอย่างในช่วงนั้นที่ผมจำได้ตรึงใจ เช่น คันเบ็ดวิเศษที่ช่วยให้ตกปลาได้ง่ายขึ้น เครื่องเล่นที่ช่วยลดหน้าท้องได้อย่างง่ายดาย หรือชุดมีสารพัดประโยชน์ที่ซื้อ 1 ชิ้นแถม 1 ชุด
แต่มีอย่างหนึ่งที่ผมข้องใจอย่างมากคือแว่นตาวิเศษที่ช่วยทำให้มองเห็นภาพทุกอย่างได้ชัดเจนขึ้นราวกับมองผ่านตาของ "อินทรี" พญานกผู้น่าเกรงขาม
ถ้าจำไม่ผิดแว่นตานั้นจะชื่อว่า Eagle eye หรือ "แว่นเนตรอินทรี" กระมัง ?
เหตุผลที่ต้องนำอินทรีมาเปรียบเปรยกับสายตา เป็นเพราะตาของนกอินทรี ซึ่งเป็นนกขนาดใหญ่ที่มีสายตาที่กว้างไกลและคมชัดอย่างเหลือเชื่อ
เพราะแม้จะบินอยู่สูงลับขอบฟ้า แต่ก็สามารถมองเห็นเหยื่อที่อยู่เบื้องล่างได้อย่างชัดเจนและโฉบลงมาตะครุบเหยื่อได้อย่างรวดเร็วและสง่างาม
มองจากฟ้าสูงลงสู่แผ่นดินต่ำ ทำให้ "เนตรอินทรี" เป็นตัวแทนของความเฉียบคม เฉียบขาด และเที่ยงตรง
และก็เลยถูกนำมาใช้เป็นชื่อแว่นตาวิเศษที่ช่วยให้มองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนมากขึ้นเสียอย่างนั้น ?

อีกด้านหนึ่งนอกเหนือจากอินทรีที่ถูกยกย่องเป็นหนึ่งในพญานกแล้ว ยังมี "เหยี่ยว" ที่อยู่สายพันธุ์ใกล้เคียงกัน คือเป็นนกขนาดใหญ่ มีลักษณะสง่างามไม่แตกต่างกันมากนัก
แน่นอนว่าสายตาของเหยี่ยวก็คมคายไม่พ่ายต่ออินทรีด้วยเช่นกัน
"Hawk-Eye" ไม่ใช่แว่นวิเศษอีกยี่ห้อ แต่เป็นเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้ในเกมกีฬาที่เล่นกับ "ลูกบอล" เป็นการเฉพาะ โดยกีฬาที่นำมาใช้อย่างแพร่หลายมากที่สุดคือคริกเก็ต และเทนนิส
ระบบคอมพิวเตอร์ Hawk-Eye ได้เป็นที่รู้จักครั้งแรกในวงการกีฬาโลกในปี 2001 โดย ดร.พอล ฮอคกินส์ ที่คิดค้นพัฒนาขึ้นมาในระหว่างที่ทำงานในบริษัทโรค เมเนอร์ รีเซิร์ช (Roke Manor Research Limited) ก่อนจะขายให้บริษัทอื่นๆเอาไปพัฒนาต่อเช่น Hawk-Eye Innovations ,Sunset + Vine และล่าสุดกลุ่ม Wisden กำลังนำมาพัฒนาต่อให้มีความคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด
"นัยน์ตาเหยี่ยว" นี้ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อช่วยเหลือในการตัดสินกีฬาที่มีความเร็วและสายตาของผู้ตัดสินรวมถึงผู้ช่วยผู้ตัดสินอาจคลาดเคลื่อนได้ เช่น เทนนิส ที่มักจะมีปัญหาว่าลูกที่ตีนั้นลงบนเส้นหรือไม่
ระบบการทำงานของ Hawk-Eye จะใช้กล้องโทรทัศน์จำนวน 6 ตัวขึ้นไปตั้งอยู่รอบสนามและมีการเชื่อมโยงกับเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยคอมพิวเตอร์เครื่องนี้จะทำหน้าที่ประมวลภาพที่เกิดขึ้นตามเวลาจริงและติดตามการเคลื่อนที่ของบอลในกล้องทุกตัว จากนั้นภาพจากกล้องทั้ง 6 ตัวก็จะถูกประมวลรวมกันเพื่อสร้างภาพจำลอง 3 มิติการเดินทางของลูกอย่างเสมือนจริง (Virtual reality)
Hawk-Eye เริ่มต้นใช้เป้นครั้งแรกในเกมคริกเก็ตระหว่างปากีสถานกับอังกฤษ ในเดือนเมษายนปี 2001 ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญในแง่ของการช่วยสร้างความโปร่งใสให้แก่เกมการแข่งขันได้ดี
ในกีฬาเทนนิส Hawk-Eye ถูกนำมาใช้บ่อยๆในหลายทัวร์นาเมนต์สำคัญ รวมทั้งหนึ่งในแกรนด์สแลมที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดอย่าง "วิมเบิลดัน" และในปี 2006 ทีผ่านมารายการยูเอส โอเพ่น อีกหนึ่งรายการแกรนด์สแลมของโลกก็บรรจุ Hawk-Eye ให้เป็นส่วนหนึ่งของรายการอย่างเป็นทางการ และอนุญาตให้ผู้เล่นสามารถ "ชาเลนจ์" (Challenge) หรือขอหยุดเล่นเพื่อขอดูภาพจำลอง 3 มิติได้ว่าลูกที่ตีนั้นเป็น "ลูกดี" หรือ "ลูกเสีย" ได้เซ็ตละ 2 ครั้ง (ถ้ามีไทเบรกได้เพิ่มอีก 1 ครั้ง)
อนึ่งกรณีของยูเอส โอเพ่น ก็ยังมีเพียงเฉพาะในเมนคอร์ตเท่านั้น ..

โจเซฟ เอส.แบลตเตอร์ ประธานฟีฟ่า ยืนยันเจตนารมณ์เดิมที่ไม่เคยเปลี่ยนว่าต้องการที่จะให้ฟุตบอลเป็นเกมของมนุษยชาติ และปราศจากการนำเทคโนโลยีมาใช้
เทคโนโลยีจะทำลาย "จิตวิญญาณ" ของเกมฟุตบอลไป - ผู้นำแห่งโลกลูกหนังชาวสวิสเชื่อเช่นนั้น
แต่ในการประชุมของ IFAB หรือ The International Football Association Board องค์กรที่ทำหน้าที่ "ออกกฎ" ให้แก่โลกลูกหนังได้มีมติเห็นชอบที่จะให้มีการอนุญาตให้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ช่วยทำการตัดสินในเรื่องที่เป็นปัญหามานานอย่างเรื่องการตัดสินว่าลูกบอลได้ข้ามเส้นประตูไปแล้วหรือไม่
เราเรียกเทคโนโลยีที่จะตรวจสอบเรื่องนี้ว่า Goal-Line Technology
ก่อนหน้านี้ IFAB ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1886 ก่อนหน้าฟีฟ่า จะกำเนิดขึ้นถึง 18 ปี (ฟีฟ่า ก่อตั้งในปี 1904) โดยมีตัวแทนจากชาติสมาชิก 4 ชาติของสหราชอาณาจักร (อังกฤษ ,เวลส์ ,สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ) และตัวแทนสมาชิกของฟีฟ่า 4 คน - ได้พยายามที่จะทดสอบระบบนี้มาก่อนในปี 2005
โดยครั้งนั้นเป็นระบบที่คิดค้นและพัฒนาขึ้นโดย "อาดิดาส" ร่วมกับบริษัทที่ชื่อว่า "ไครอส" (Cairos) ซึ่งเป็นระบบที่มีหัวใจหลักอยู่ที่ลูกฟุตบอลฝังไมโครชิพคอมพิวเตอร์ และเรียกว่า "สมาร์ทบอล" (Smart Ball) หรือ"ลูกฟุตบอลอัจฉริยะ"
แต่สมาร์ทบอล ที่นำมาทดลองใช้เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในศึกฟุตบอลยุวชนชิงแชมป์โลกรุ่นอายุต่ำกว่า 17 ที่เปรู ในปี 2005 โดยมีเป้าหมายที่นำมาใช้เป็นฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมัน ไม่ผ่านมติของคณะกรรมการฟีฟ่าในการประชุมช่วงต้นปีที่แล้ว ด้วยเหตุผลของความเที่ยงตรงและสนนราคาที่ยังสูงอยู่
หลังจากนั้นเรื่องของระบบ Goal-Line ได้หายไปจากสารบบข่าวสารลูกหนังอยู่นาน จนในที่สุดก็มีความคืบหน้าอีกครั้ง
ความพยายามผลักดันจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะจากพรีเมียร์ลีก ลีกสูงสุดของอังกฤษและไบรอัน บาร์วิค ประธานสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ที่ต้องการเสนอเทคโนโลยีระบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นจากระบบ Hawk-Eye โดยมีการยืนยันว่าเที่ยงตรง แม่นยำ และมีสนนราคาต่ำกว่าที่เคยมีมา ทำให้ทาง IFAB เปิดประชุมร่วมกับตัวแทนกลุ่มที่ต้องการให้นำระบบนี้มาใช้ช่วยในการตัดสิน
บาร์วิค ยืนยันหลักการ 4 ข้อใหญ่สำหรับระบบ Goal-Line ว่า ..

1. จะใช้เพื่อการตัดสินเรื่องลูกบอลข้ามเส้นประตูหรือไม่เท่านั้น
2. ต้องมีความเที่ยงตรง 100%
3. การระบุตำแหน่งว่าลูกบอลข้ามเส้นไปหรือไม่จะต้องทราบผลในทันที
4. และการส่งสัญญาณการตัดสินต้องเป็นการติดต่อกันเฉพาะผู้ตัดสินเท่านั้น

มติ 6 ใน 8 เสียงเห็นชอบที่จะให้มีการพิจารณาเลือกหาระบบที่มีความเหมาะสมนำมาช่วยในการตัดสินว่าลูกฟุตบอลได้ข้ามเส้นประตูไปแล้วหรือไม่
มติที่ออกมาแปลเป็นความหมายที่ชัดเจนได้ว่าหลังจากนี้อีกไม่นานจะมีระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยผู้ตัดสินอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก
โดยกลุ่มที่ยื่นเสนอระบบให้ทาง IFAB พิจารณานอกเหนือจาก Hawk-Eye เวอร์ชั่นพรีเมียร์ลีกแล้ว ยังมี "สมาร์ทบอล" ของเดิมจากอาดิดาสและไครอส และระบบจากทางอิตาลีที่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด
ทั้งหมดจะถูกนำมาพิจารณาร่วมกันเพื่อหา "ตัวเลือก" ที่ดีที่สุด แต่ไม่ได้กำหนดระยะเวลาตายตัวสำหรับเรื่องนี้แต่อย่างใดว่าจะต้องพิจารณานานเท่าไหร่ ทดลองใช้นานเท่าไหร่
แต่หากจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎให้มีการเพิ่มเติมเรื่องเทคโนโลยีนี้เข้าไป จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการหลังวันที่ 1 ก.ค.ไปแล้ว
อย่างไรก็ดี ไม่แน่ใจนักว่าหากระบบ Goal-Line Technology นี้ได้ผลจะเป็นการเปิดประตูบานแรกเพื่อนำเทคโนโลยีอื่นเข้ามาใช้เพื่อช่วยยกระดับมาตรฐานการตัดสินอีกหรือไม่

หรือเราจะลงขันกันซื้อแว่น "เนตรอินทรี" แจกให้ผู้ตัดสินไว้คนละอันดี ..

Comment

Comment:

Tweet


ซื้อแว่นตาเนตรอินทรีย์ได้ที่ไหนบ้างครับใครทราบร้านช่วยเมล์ตอบด้วยครับจะขอบพระคุณอย่างสูง
#3 by rattana-ti@hotmail.com (182.232.127.243) At 2010-11-12 18:40,
ไม่ทราบว่าหาซื้อแว่นตาเนตรอินทรีย์ได้จากร้านไหนครับช่วยสงเคราะห์ด้วยครับ
#2 by คนพังงา (182.232.127.243) At 2010-11-12 18:36,
น่าจะดี
#1 by thekopnoi (58.10.171.10) At 2007-03-09 12:09,

ลูกแม่กิ่ง
View full profile