2007/Feb/27

จากคอลัมน์ ฟุตบอลมุมป้าน
หนังสือพิมพ์กีฬารายวันคิกออฟ (26 ก.พ.50)

ระหว่างนั่งซึมซับบรรยากาศสบายๆในร้านกาแฟไม่เล็กไม่ใหญ่แห่งหนึ่งบนถนนนิมมานเหมินทร์ ถนนสายที่มีเสน่ห์ที่สุดสายหนึ่งสำหรับผมในเชียงใหม่ เพราะเต็มไปด้วยร้านกาแฟ หนังสือ และมีกลิ่นศิลปะลอยมาตามลมชวนให้เคลิ้ม

ผมมีโอกาสนั่งทอดลมหายใจและอ่านหนังสือไปพลางๆ โดยครั้งนี้ผมเลือกเอาหนังสือที่ชื่อว่า "สมองไหวในฮ่องกง" ของ "นิ้วกลม" นักเขียนเชิงท่องเที่ยวที่กำลังเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างในหมู่หนอนหนังสือ หลังมีผลงานออกมาแล้วหลายเล่ม
นิ้วกลมเป็นคนที่เขียนหนังสือได้น่าอ่าน และแม้จะเป็นหนังสือในเชิงคล้ายการท่องเที่ยว แต่เรื่องราวที่นักเขียนไม่หนุ่ม
-ไม่แก่คนนี้ถ่ายทอดออกมาก็มักจะเป็นเรื่องราวเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยระหว่างการเดินทาง ที่บางครั้งก็ไม่ได้ข้อมูลในเชิงการท่องเที่ยวแม้แต่น้อย แต่ห้วงอารมณ์ระหว่างการท่องเที่ยวต่างหากที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้อ่าน
สมองไหวในฮ่องกง เป็นหนังสืออีกเล่มที่นิ้วกลมถ่ายทอดห้วงอารมณ์ในระหว่างการเดินทางไปเยือนเกาะเล็กๆแห่งหนึ่งที่ทรงพลังในเชิงธุรกิจ และเต็มไปด้วยเรื่องราววงกลมทับซ้อนกันมากมาย
แต่เรื่องที่ผมชอบมากที่สุดในบรรดาเรื่องราวที่เขาถ่ายทอดออกมาคือเรื่องการพบกับหญิงสาวที่นิ้วกลม นิยามเธอว่าเปรียบประดัง "เทพธิดา"
ผมชื่นชมเขาที่ "รอคอย" เธออย่างอดทนหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งด้วยความคิดที่รอบคอบแล้ว
เพราะนี่อาจจะเป็น "ครั้งแรก" และ "ครั้งสุดท้าย" ที่เขาจะได้พบกับเธอ ..

ย้อนหลังกลับไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระหว่างการตรวจทานหน้าคอลัมน์ Red Alert ผ่านเครื่อง iMac รุ่นดั้งเดิมสีเขียวสดบนกอง บก. คิกออฟ
"พี่ท็อป-
ไข่มุกดำ" หันมาบอกผมว่ามีข่าวส่งมาว่า "ซีดานมาเมืองไทย"
วินาทีที่เสียงพี่ท็อปจบลง ห้วงวินาทีนั้นความคิดของผมคล้ายตะกอนในน้ำที่ถูกกวนขึ้นให้ขุ่น ยังสับสนและจับต้นชนปลายไม่ถูก
แต่หลังจากนั้นไม่นาน ตะกอนที่ถูกกวนให้ขุ่นก็ตกผลึก
- ผมตัดสินใจได้โดยไม่ยากนัก
"ต้องไปเจอซีดานให้ได้" ..
ผมพยายามนึกทบทวนย้อนกลับไปว่ารู้จักซีเนอดีน ซีดาน หรือ "ซิซู" ตำนานบทหนึ่งของวงการฟุตบอลโลกได้อย่างไร
หากความทรงจำไม่บิดเบี้ยว ช่วงเวลาที่ไม่คลาดเคลื่อนเห็นจะเป็นช่วงระหว่างฟุตบอลยูโร
1996 ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งครั้งนั้นซีดาน เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลทีมชาติฝรั่งเศส ที่กำลังพุ่งแรงขึ้นมาพอสมควร จากความสำเร็จในการพาชิรงแดง บอร์กโดซ์ เข้าชิงชนะเลิศยูฟ่า คัพ ในปีเดียวกันนั้น แม้ในท้ายที่สุดจะผิดหวังเมื่อพ่ายแพ้ต่อบาเยิร์น มิวนิค ก็ตาม
อย่างไรก็ดี ในยูโร
1996
นั้น ซีดาน ทำผลงานได้น่าผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง ตรงข้ามกับ "ไอ้งูเห่า" ยูริ จอร์เกฟฟ์ จอมทัพตัวจริงของเลส์ เบลอส์ ในขณะนั้นที่เล่นได้อย่างโดดเด่น
แน่นอนว่าเสียงโจมตีดาวเตะเชื้อสายฝรั่งเศส
-
แอลจีเรีย ย่อมมีขึ้นบ้าง แต่คล้อยหลังไม่นาน ซีดาน ก็ได้ย้ายออกจากบอร์กโดซ์ ไปอยู่กับยูเวนตุส ซึ่งก็ยังเป็นอีกครั้งที่เขาต้องเผชิญกับกระแสโจมตีจากฟอร์มที่ไม่เข้าตาเลยในระยะแรก
มันเป็นช่วงเวลาที่น่าท้อแท้และผิดหวังอย่างยิ่ง แต่ไม่มีเอกบุรุษใดที่ไม่เคยเจอบททดสอบโชคชะตาที่โหดร้ายมาก่อน
และหลังจากนั้นไม่นาน ซีดาน ก็ได้บันทึกตัวเองลงบนหน้าประวัติศาสตร์โลกลูกหนัง
ในฐานะยอดจอมทัพผู้สง่างาม สงบนิ่ง และละเมียดละไมในทุกการย่างเท้า ..

ที่โรงแรมอมารี รินคำ
- ซีเนอดีน ซีดาน ที่กำลังเดินมาตรงหน้าผมเป็นภาพของซีดาน ที่ไม่แตกต่างจากที่เคยวาดฝันไว้มากนัก
สงบ เรียบนิ่ง แต่ทรงพลัง ไม่แตกต่างจากภาพของจอมทัพในสนามเพิ่งกล่าวคำล่ำลากันไปได้ไม่ถึงครึ่งปีดี
ที่จริงผมได้พบกับซีดานครั้งนี้โดยบังเอิญ เนื่องจากพลัดหลงกับคณะนักข่าวที่เดินทางไปยังสนามก่อนแล้ว (ตัวเองมัวแต่ทำงานเพลินบนห้อง
Press Center) ทำให้ "หลง" อยู่คนเดียวในโรงแรม
แต่ก็เป็นการหลงที่คุ้มค่า เนื่องจากทำให้มีโอกาสได้พบเห็นกับซีดาน ที่ไม่เปิดโอกาสให้ใครเข้าพบแม้แต่คนเดียว
ในแง่หนึ่งของความคิด เมื่อประเมินจากภาพที่เคยเห็นในอดีตและเรื่องราวที่เคยได้รับฟัง ชวนให้คิดไปว่าซีดาน น่าจะเป็นคนที่รักความสงบเงียบอย่างมากถึงขั้นไม่สุงสิงกับใคร
แต่ในอีกด้านหนึ่งหลังจากที่ได้เห็นภาพซีดาน ที่สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ ซึ่งมีรอยยิ้มเปื้อนหน้าเกือบตลอดเวลาและดูมีความสุขในการทำกิจกรรมร่วมกับทางอาดิดาส ไม่ว่าจะเป็นการร่วมถ่ายภาพกับเด็กๆจากมูลนิธิเกื้อดรุณ ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสที่ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ หรือการแจกลายเซ็นให้แก่แฟนบอลผู้โชคดี (จริงๆ)
ซีดาน ไม่ได้เป็นคนเย่อหยิ่งทะนงตนแต่อย่างใด เพียงแต่ทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบกติกาที่ไม่ละเมิดเส้นความเป็นส่วนตัวของเขาเท่านั้น
ใครที่ก้าวล่วงเข้ามา ก็อาจ "เจอดี" อย่างมาร์โก มาเตรัซซี่ ..
อย่างไรก็ตาม ผมยอมรับว่าแอบอิจฉาหลายๆคนที่มีโอกาสได้สัมผัส "ตำนาน" ตัวเป็นๆอย่างใกล้ชิดและไม่มีการถือตัวแม้แต่น้อย
"แท่ง" ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง ดาราชายยอดนิยมเป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ได้ทั้งลายเซ็นของซีดาน (ซึ่งมีอีกหลายคนที่ได้พึ่งใบบุญพี่แท่งด้วย) และยังได้ลงไปเล่นในสนามกับจอมทัพเอกผู้คลาสสิคของโลกลูกหนังด้วย
นี่เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตของแท่งอย่างไม่จำเป็นต้องสงสัย
ผมอิจฉาเล็กๆกับเด็กๆจากสถาบันโควเวอร์ โค้ชชิ่ง ที่มีโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตเหมือนกันที่ได้เรียนวิชาจากตำราลูกหนังที่ดีที่สุดเล่มหนึ่งของโลก
บทเรียนที่ได้นั้น แม้เวลาจะน้อยนิดแต่มันจะมีค่าและความหมายกับพวกเขาไปทั้งชีวิต เพราะได้รับละอองอายแห่งแรงบันดาลใจเข้าเต็มเปา
เช่นเดียวกับเด็กๆหลายคนที่มานั่ง (ยืน
- เบียดเสียด) ชมเกมในสนาม กลับไปพวกเขาก็คงจะไปเลียนแบบท่าทางของซีดาน ไม่ว่าจะเป็นลูกเล่น "ซีดานเทิร์น" (หรือที่เจ้าตัวเรียกว่า Roulete) หรือการสับขาหลอกสองชั้นที่เรียกว่า Sciscors
ยังไม่นับการเล่นที่เนียนตาในแทบทุกช็อต แม้ว่าซิซู ในวันนี้จะไม่ได้เอาจริงเอาจังมากมายนัก แต่เขาก็ยังแสดงให้เห็นถึง "คลาส" ที่ยังอยู่ และจะอยู่เช่นนั้นตลอดไปเพราะ
Class is permanent
เหมือนในอดีตที่ซีดาน พยายามลอกเลียนแบบท่าทางในการเล่นของ "เจ้าชายลูกหนัง" เอ็นโซ ฟรานเชสโคลี่ บุรุษผู้เป็นต้นแบบทั้งการเล่นในสนามและชีวิตเยี่ยงสามัญชนที่สงบนิ่งแต่ยิ่งใหญ่
อย่างไรก็ดีภาพของซีดาน ที่มาร่ายรำระบำลูกหนังอยู่ตรงหน้าอีกครั้งอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง เป็นภาพที่น่าเหลือเชื่อและอยากหยิกแก้มตัวเองว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นความฝันไม่ใช่ความจริง
แต่ทุกสิ่งนั้น -
ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้
Impossible is Nothing ..

หลังปล่อยอารมณ์ให้เพลิดเพลินกับการดูลีลาของซีดาน - ผมเดินออกจากสนามกีฬาเทศบาลเชียงใหม่ ด้วยรอยยิ้มเปื้อนหน้าเหมือนกับคนอีกมากมายนับหมื่นคน
ที่แม้จะไม่มีภาพถ่ายคู่กัน แต่ภาพของซีดาน ที่เชียงใหม่จะตราตรึงในความทรงจำอีกนานเท่านาน ..

Comment

Comment:

Tweet


เง้อ ตัวเองอยู่เชียงใหม่แท้ๆๆ แต่กลับนอนอยู่หอ
อิอิ ชอบนิ้วกลมเหมือนกัน
แต่... หนังสือเล่มนี้ยังไม่ได้อ่านเลย((ไม่ได้ซื้อด้วย ๕๕๕))
#4 by sunrise At 2007-03-05 22:07,
เสียดาย ไม่ได้ไปดูT_T
อิจฉาๆ
#3 by Jane (124.157.163.80) At 2007-02-27 23:44,
อิจฉาจังเรยเหมือนกันคร่ะ><"
อยากเห็นลีลาซิซูใกล้ๆ ง่า..

PS ซีดานยิ้มแล้วดูอบอุ่นจังเนาะ
#2 by แป้งจี่ (210.203.186.86) At 2007-02-27 22:41,
อิจฉา คำเดิม ค่ะ อิจฉา ถึงไม่ได้ถ่ายรูปด้วย เเต่ก็ยังได้เห็นตัวเป็นๆ อิจฉา
#1 by thekopnoi (58.10.171.92) At 2007-02-27 18:28,

ลูกแม่กิ่ง
View full profile