2007/Feb/19

จากนิตยสาร Dealer Guide (ฉบับ มี.ค.50)
คอลัมน์ Destiny

ภาพของขุนเขาที่โอบล้อมกาย เบื้องหน้ามีสายน้ำเล็กๆไหลผ่านอย่างเรียบ นิ่ง สร้างความรู้สึกสงบได้อย่างประหลาด และช่างแตกต่างจากภาพความสับสนวุ่นวายในเมืองใหญ่ที่เขาคุ้นเคยมาตลอดชีวิต

เขารู้ว่าปกติแล้วเวลาเดินเท่ากันเสมอ แต่ทำไม ณ เข็มนาฬิกาเดินไปนี้เขากลับรู้สึกว่าเวลาที่นี่นั้นเดินทางอย่างเชื่องช้ากว่าทุกที
ไม่ว่าเหตุผลนั้นจะเป็นอะไร เขาก็เลือกที่จะทอดกายลงบนเสื่อพร้อมๆกับที่สายลมเย็นพัดมาปะทะกาย
สายลมที่ "ปาย" กำลังขับกล่อมให้เขานอนหลับฝันดีในวันนี้ ..


1.
"ปาย" เป็นชื่อของอำเภอเล็กๆแห่งหนึ่งที่อยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เมืองทางตอนเหนือที่เร้นกายอยู่ภายใต้อ้อมกอดโอบอุ่นของขุนเขาสูงใหญ่ และมีสายหมอกหนาที่พัดปกคลุมตลอดปี
ด้วยเหตุผลดังกล่าวแม่ฮ่องสอน จึงได้ชื่อว่าเป็น "เมืองสามหมอก" เพราะมีหมอกครบทั้ง 3 ฤดู
สำหรับปาย - แม้จะเป็นเพียงอำเภอเล็กๆ แต่ก็เป็นอำเภอที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดแห่งหนึ่งในฐานะแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดแม่ฮ่องสอนและภาคเหนือ
ในอดีตหากกาลเวลาเดินทางมาบรรจบพบกับฤดูหนาวอีกครั้ง เชียงใหม่ จะเป็นจังหวัดแรกที่หลายคนเฝ้าฝันถึงของหมู่ชนชั้นทำงานในเมืองหลวง
แต่ในปัจจุบันปาย ต่างหากที่เข้ามาแทนที่ในฐานะเมืองท่องเที่ยวในฝันของคนทำงาน
เหตุผลที่เรียบง่ายและเข้าใจได้ไม่ยากเป็นเพราะปาย เป็นเมืองเล็กๆที่มีความเงียบสงบและเสน่ห์ในแบบของปายเอง
ปายน่ารัก - นักท่องเที่ยวที่เคยเดินทางมาเยือนออกเสียงตรงกัน
แต่ความน่ารักและเสน่ห์ของปาย นั้นหากมองให้ลึกลงไปถึงต้นธารของมัน จะพบว่าปาย มีทั้งเสน่ห์ในความเป็นธรรมชาติของตัวเอง และมีเสน่ห์ที่ถูกปรุงแต่งขึ้นโดยผู้คนที่มาเยี่ยมเยือน
เสน่ห์แบบธรรมชาติของปาย อยู่ที่สภาพแวดล้อมของการเป็นเมืองเล็กๆที่มีหุบเขาโอบล้อมทำให้มีสภาพอากาศปลอดโปร่ง มีสายลมพัดเย็นชื่นกายตลอดปี
ทั้งยังมีลำน้ำปายไหลผ่านสร้างบรรยากาศสงบ และในยามเช้าปาย ปายจะถูกสายหมอกปกคลุมสร้างบรรยากาศชวนค้นหามากขึ้นไปอีก
หากใครโชคดีพอจะพบภาพของดวงอาทิตย์กำลังโผล่พ้นขอบฟ้าและขุนเขา ตัดกับภาพของสายหมอกเย็นฉ่ำที่มีลำน้ำปายอยู่เบื้องล่าง
สวรรค์อยู่ที่นี่นี่เอง ..
อย่างไรก็ดีในอีกมุมหนึ่งของปาย - ปาย ก็เป็นมีความเป็น "เมือง" ที่มีชีวิตไม่น้อย
ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนมากมายโดยเฉพาะในช่วง 20 ปีหลัง นอกเหนือจากรอยเท้าที่เพิ่มมากขึ้นทุกปีแล้วพวกเขาก็นำความเจริญที่เรียกว่าความ "ศิวิไลซ์" เข้ามาเยี่ยมเยือนด้วย
หากร้านขายของสะดวกซื้อที่เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมงคือสัญลักษณ์ของความเจริญ - ปายในวันนี้ก็ถือเป็นเมืองที่เจริญแล้วเช่นกัน
และในบางห้วงของความรู้สึก .. มันออกจะเจริญเกินความจำเป็นเสียด้วยซ้ำ


2.
แม่เฒ่าในชุดแต่งกายชาวเขากำลังนั่งขายของที่ระลึกอยู่ข้างทาง สนนราคาไม่มากไม่มายเป็นราคาที่นักท่องเที่ยวรับได้ โดยมีเด็กน้อยในชุดชาวเขาเหมือนกันกำลังยืนหนาวสั่นเพราะอากาศเย็นในยามค่ำคืนของปาย
ข้างๆของเด็กน้อยคนนั้นเป็นร้านอาหารชื่อฝรั่งที่ขายอาหารฝรั่งและมีลูกค้าเป็นคนฝรั่งเกือบทุกโต๊ะ บางโต๊ะก็มีหญิงไทยนั่งเคียงกันบ้างปะปน บ้างส่งสายตาหวานฉ่ำ บ้างส่งสายตาที่เร้นด้วยความต้องการบางอย่าง อาทิ เงินและเซ็กซ์
อีกหัวมุมถนนมีชายหนุ่มไทยไว้ทรงผม "Afro" วัยคะเนดูแล้วไม่เกิน 30 กำลังเตรียมตั้งแผงขายของอยู่ เป็นเครื่องประดับเงินหลากลายโดยมีฮิปปี้ฝรั่งกำลังยืนจดๆจ้องๆอยู่ด้วยความสนใจ
ร้านถัดไปไม่ไกลเป็นร้านอาหารขนาดใหญ่ ลูกค้าส่วนใหญ่ยังเป็นฝรั่งเหมือนเดิมต่างตรงที่ร้านนี้มีการตั้งเวทีแสดงเล็กๆ มีนักดนตรีไทยและฝรั่งขึ้นไปร่วมเล่นแจมกันอย่างสนุกสนาน
สำเนียงกีตาร์ไทย "อิมโพรไวซ์" เข้ากันได้ดีกับสำเนียงกีตาร์ฝรั่งได้อย่างเหลือเชื่อ
ภาพมุมนี้ ปายไม่ต่างอะไรจากถนนข้าวสาร หรือพัฒพงษ์ โลกียสถานในกรุงเทพฯเลย
มองเลยไปไม่ไกล กลุ่มนักท่องเที่ยวไทยลักษณะคล้ายนักเดินทางมือใหม่ทั้งในเรื่องของการเดินทางท่องเที่ยว และการเดินทางในชีวิตจริงต่างจับกลุ่มเดินกันเป็นคู่ๆ มือหนึ่งถือกล้องดิจิตอล อีกมือหนึ่งไว้กุมมือซึ่งกันและกัน
ใครคนหนึ่งในนั้นส่งเสียงร้อง "นั่นไงร้านที่ดังๆ" ก่อนที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นจะเดินเข้าไปเยี่ยมชมสินค้าที่ระลึกในร้าน "มิตรไทย" ที่เคยถูกใช้เป็นโลเกชั่นถ่ายหนังเรื่องหนึ่ง (พอลล่า นำแสดง) โดยที่มีนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่บ้างเลือกซื้อเสื้อยืด บ้างดูของที่ระลึกอื่นๆ
ขณะที่อีกสองคนนั่งเขียนโปสการ์ด ข้างกล่องไปรษณีย์สีแดงสวยสด ที่คล้ายเป็นจุดนัดหมายของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาปาย
"ใครมาปายแล้วไม่ได้เขียนโปสการ์ดส่งหาคนอื่นถือว่ามาไม่ถึงปาย" .. หนึ่งในกลุ่มนั้นเอ่ยให้เพื่อนฟัง
ทั้งหมดนั้นคือภาพชีวิตที่ปายในความเป็น "เมืองท่องเที่ยว" แห่งหนึ่ง
โดยที่นักท่องเที่ยวเหล่านั้นไม่ได้รับรู้เลยว่า ทุกรอยเท้าของพวกเขาและเธอเหล่านั้นกำลังเหยียบย่ำปาย
ให้ค่อยๆสิ้นลมหายใจลงอย่างช้าๆ ..


3.
ในกระท่อมเล็กๆที่เชิงเขาแห่งหนึ่งที่มีนาข้าวและสวนกระเทียมอยู่เคียงข้าง พ่อเฒ่ากำลังนั่งจิบน้ำอุ่นพลางคิดถึงความหลัง
พ่อเฒ่ากำลังคิดถึงปายในวันวานที่เคยเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่อาศัยกันอย่างวิถีเกษตรกร อาศัยผืนดิน สายลม และลำน้ำปายช่วยให้ผลผลิตงอกเงย
สีเขียวสดสวยของนาข้าวที่พลิ้วไหวตามลมพัดระเรื่อยทำให้พ่อเฒ่าก็คิดถึงคนรักที่เคยช่วยกันทำไร่ทำนาเมื่อนานมาแล้ว
ระหว่างที่พ่อเฒ่านึกถึงคืนหวานที่กระท่อมปลายนา .. น้ำตาก็ซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว
ไม่รู้เป็นเรื่องที่ดีหรือร้าย เมื่อความใจดีของพ่อเฒ่าและเพื่อนบ้านที่เห็นฝรั่งตาน้ำข้าวเดินทางดั้นด้นรอนแรมมาไกล ด้วยความสงสารจึงให้หยิบยืมบางมุมของบ้านเป็นที่หลับนอน ให้ข้าวให้น้ำด้วยอัชฌาศัยไมตรี
ปาย ในอดีตเป็นทางผ่านของพ่อค้าแม่ค้าที่จะผ่านไปทางแม่ฮ่องสอน ดังนั้นจึงมีบ้างที่จะมีแขกมาเยี่ยมเยือนถึงชานเรือนแบบนี้
แต่เมื่อนักท่องเที่ยวกลับไปไม่นาน พวกเขาก็กลับมาอีกครั้งพร้อมเพื่อนที่มากกว่าเดิม
เสียงเพลงเร็กเก้และกลิ่นควันกัญชาลอยฟ่องผ่านสายลมที่ปาย
จากสิบเป็นร้อยจากร้อยสู่พัน หมื่น และแสน ในความหมายถึงรอยเท้าผู้มาเยือนที่นับวันจะยิ่งทวีมากขึ้นที่ปาย
ปาย ค่อยๆเปลี่ยนไปจากหมู่บ้านเล็กที่ปลูกข้าวและกระเทียมเป็นหลัก เป็นแหล่งที่พักค้างแรมของนักท่องเท่ยว เกสต์เฮาส์มากมายผุดขึ้นไม่เว้นแต่ละเดือนแต่ละปี
เสียงที่ดังขึ้นและดังขึ้นในยามค่ำคืน ภาพของฝรั่งหัวทองที่ควงคู่มากับสาวไทยหัวดำ บ้างก็เป็นลูกหลานชาวปายเองทำให้พ่อเฒ่าและเพื่อนบ้านเจ็บปวด
เจ็บปวดที่ "บ้าน" ตัวเองถูกย่ำยีโดยผู้มาเยือนที่ไม่เคารพกฎของความเป็นปาย
ความเจ็บปวดมันรวดร้าวมากขึ้นจนทำให้พ่อเฒ่าต้องยอมย้ายออกมาปลูกบ้านใหม่ที่เชิงเขาแทน แต่แม่เฒ่ากลับไม่เห็นด้วยและเห็นว่าการปรับตัวทำสินค้าขายของให้นักท่องเที่ยวคือสิ่งที่ควรทำมากกว่า
พ่อเฒ่าหยุดห้วงความคิดไว้เท่านี้ ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ ..


4.
บรรยากาศยามเช้าในปายช่างเงียบสงบแตกต่างจากยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา
เขาขี่จักรยานฝ่าลมหนาวและสายหมอกมาช้าๆ ก่อนจะจอดแวะที่ร้านกาแฟชื่อดัง All About Coffee เพื่อหาอะไรดื่มรับอรุณ และตั้งใจจะเขียนโปสการ์ดปึกใหญ่หาคนรู้จักบ้าง
กาแฟหอมกับขนมหวานในยามเช้าทำให้ห้วงอารมณ์ของเขาสดใสในความสงบ และมีกำลังใจที่จะเขียนโปสการ์ดปึกใหญ่นั้นแม้มือจะชาเพราะอากาศเย็นยะเยือกก็ตาม
เขานั่งทบทวนถึงเรื่องราวต่างๆที่ได้สัมผัสจากปาย ทั้งในแง่มุมที่ประทับใจและไม่ประทับใจ บางอย่างก็ตรงกับที่เคยได้ยินคนเล่ามา บางอย่างก็ตรงกับที่ค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตที่มีการทิ้ง "ลายแทง" เอาไว้มากมายนับไม่ถ้วนให้คนหลังเดินตามรอยเท้ากันมา
การเข้ามานั่งจิบกาแฟที่ร้านดังแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในลายแทงที่เขาอยากเดินตามมาเช่นกัน
แต่อย่างน้อยมันก็เป็นความต้องการของเขาเองที่อยาก "สัมผัส" ดูสักครั้ง
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าเช่นเดียวกับการเขียนโปสการ์ดของเขา เพราะในหลายปีหลังแม้จะเป็นนักเขียนคนหนึ่ง แต่เขาก็ใช้การพิมพ์มากกว่าเขียนด้วยลายมือตัวเอง
ขนมหวานหมดไปนานแล้ว กาแฟเย็นไปตามสายลมและเหลือปริมาณน้ำสีดำเข้มเพียงน้อยนิดอยู่ก้นแก้ว
เขาลงมือบรรจงเขียนโปสการ์ดใบสุดท้ายถึงคนที่รักที่สุด

"อยู่ปาย..สบายดี คราวหน้ามาด้วยกันนะ"

Comment

Comment:

Tweet


ปาย คือจุดหมายที่ถูกบันทึกไว้ในหัวสมองผมตั้งแต่ครั้งแรกๆ ที่เห็นภาพถ่ายใน website แห่งหนึ่ง สักวันผมต้องไปเก็บภาพถ่ายนั้นด้วยตัวเอง
#8 by Happle At 2007-09-11 06:10,
เราเป็นคนเมืองปายนะ..ใช่ปายเปลี่ยนไปมากๆ(ย้ำมากเกินไปแล้วโว้ยยยย!)ยิ่งปีที่แล้ว กระแสของหนังเรื่อง รักจัง อีก หน้าหนาวปีที่แล้วแทบจะเหยียบกันตาย(แต่อากาศไม่หนาวอย่างที่คิด) รถก็ติด ถนนคนเดินก็ขึ้นมาถึงปายแล้วนะ(บรรยากาศเริ่มเน่า) ทำให้บรรยากาศที่เดิมๆเปลี่ยนไป(เฮ้อ..) แต่เรายินดีต้อนรับผู้มาเยือนเมืองปายทุกๆคนครับ..ลองมาเที่ยว"ปาย"สักครั้งครับ..
#7 by ชินโน๊ะ (125.24.137.209) At 2007-07-04 11:16,
เห็นด้วยค่ะ ปายเป็นเมืองที่น่ารัก มีเสน่ห์ของตัวเอง บรรยากาศดีจริงๆ เรารักปายมากกก.... ยิ่งอ่านยิ่งอยากกลับไปอีกครั้ง ปีนี้เจอกันที่ปายค่ะ ฮ่าๆ
#6 by tankiku At 2007-05-31 10:42,
เมื่อก่อนเคยได้ประโยคที่ว่า
"อยู่ปายวันๆ"
แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้คำๆนี้จะใช้ได้อยู่หรือเปล่า...
อ่านแล้วอยากไปเยี่ยมเมืองปายสักครั้งจังค่ะ
หาโอกาสไปพักผ่อนแบบธรรมชาติมานาน แต่ไม่สบโอกาสสักที
หวังอยู่เหมือนกันว่าปีนี้จะมีเวลาไปเยือนปาย เมืองใต้สายหมอกสักที

ยินดีที่รู้จักนะคะ จะแวะมาเยี่ยมblog บ่อยๆค่า
#4 by + + vEkO + + At 2007-02-23 16:50,
งดงามด้วยความรู้สึกแท้ อ่านแล้วรู้สึกถึงความอ่อนโยนด้วยตัวอักษร

รู้สึกดีแท้
#3 by dakaza At 2007-02-23 02:58,
ไว้มีโอกาสจะลองไปสักหน((คนเดียวด้วย)) จะได้รับรู้ความรู้สึกว่ามันเป็นไง
แต่มันคงไม่แตกต่างกันมาก
ก็ตอนนี้หลับตานึกภาพเมืองหลวงวุ่นวายยังไม่ค่อยออก มันเป็นเพียงแค่ความเคยชินที่ทำให้รู้ว่าเมืองหลวงต้องวุ่นวาย
ย้ายมาอยู่เชียงใหม่เลยดิ จะได้ไปแอ่วปายบ่อยๆๆ
ปล. ประโยคสุดท้าย ... แม้จะสั้นแต่สั่นจิตใจ
#2 by sunrise At 2007-02-20 02:55,
พี่เขียนคอลัมนืได้สุดยอดเลยค่ะ ชอบเเนวเขียนเเบบนี้จัง ลองออกหนังสือของตัวเองดูสิคะ
#1 by thekopnoi (58.10.170.148) At 2007-02-19 18:51,

ลูกแม่กิ่ง
View full profile