2007/Jan/12

taken from .. คอลัมน์ฟุตบอลมุมป้าน
หนังสือพิมพ์กีฬารายวันคิกออฟ (11 ม.ค.50)


ช่วงสัปดาห์นี้ The Independent หนังสือพิมพ์คุณภาพของอังกฤษ มีรายงานพิเศษชุดฉลองครบรอบ 100 ปีของการก่อตั้งสมาคมนักฟุตบอลอาชีพหรือ PFA (Professional Footballers Association)
รายงานพิเศษชุดแรกเป็นเรื่องของนักฟุตบอลระดับซูเปอร์สตาร์คนแรกของวงการฟุตบอลอังกฤษ "บิลลี่ เดอะ วิซ" (Blilly The Wiz) หรือบิลลี่ เดอเมริธ ปีกพ่อมดในยุคต้นศตวรรษที่ 20 ที่กลายเป็นผู้วางรากฐานสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ หนึ่งในสมาคมที่เก่าแก่ที่สุดของโลก
ผมนั่งอ่านรายงานพิเศษฉบับดังกล่าวด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าชีวิตของซูเปอร์สตาร์เมื่อ 100 ปีก่อนจะแตกต่างจากชีวิตของซูเปอร์สตาร์ในทุกวันนี้อย่างไรบ้าง
เมื่ออ่านจบผมนึกในใจคิดถึงชีวิตนักฟุตบอลอาชีพที่มีวิถีชีวิตแตกต่างจากปัจจุบัน
ผมฉุกคิดถึงภาพสีจางๆในโทนหนังนัว ที่จะได้เห็นนักฟุตบอลนั่งรถรางหรือรถไฟเพื่อไปทำการซ้อมสัปดาห์ละ 2 วันเพื่อแลกกับเงินค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 4 ปอนด์ ก่อนจะนั่งจิบเบียร์ร่วมกับสหายที่บ้างเป็นแฟนบอล บ้างเป็นเพื่อนนักเตะด้วยกัน พลางผิวปากหลีสาวเสิร์ฟเพื่อเรียกความคึกครื้น
ก่อนที่จะนึกถึงภาพสีสันจัดจ้านในไนท์คลับหรูหราแห่งหนึ่ง ที่มีกลุ่มนักฟุตบอลอยู่ในชุดแต่งกายหรูหราจากดีไซเนอร์ดัง ทรงผมล้ำสมัยและสาวสวยวนเวียนมาขอชนแก้วไม่ขาด ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะขอตัวเพื่อนสาวสวยในชุดเผยผิวเนียนอกเต่งตึง ควงกันไปขึ้นรถเฟอร์รารี่รุ่นล่าสุด เพื่อจะกลับไปยังแมนชั่นหรูราคานับล้านปอนด์ในย่านกลางกรุง
ณ เข็มนาฬิกาที่แตกต่าง ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ ไม่เว้นแม้แต่โลกฟุตบอล ..


ผมเปิดประเด็นสนทนาเล็กๆกับ "ไข่มุกดำ" พี่ชายที่นับถือเป็นการส่วนตัว ในเรื่องรายงานพิเศษของ Independent ชิ้นนี้ และได้รับมุมมองที่น่าสนใจ
พี่ท็อป หรือลุงไข่ ของน้องๆในกอง บ.ก. (บางคนอาจจะเรียกว่าลุงเต่า หรือ "ผู้เฒ่าเต่า" เพราะแกชอบรถเต่าเอามากๆ) บอกว่าเคยเขียนประวัติศาสตร์ในเรื่องวิวัฒนาการของนักฟุตบอลที่แบ่งเป็นยุคสมัย
ก่อนที่จะมาถึงยุคปัจจุบันที่นักฟุตบอลมีอำนาจในการต่อรองที่สูงมากจนน่ากลัว - พวกเขาเหล่านักค้าแข้งก็เคยผ่านช่วงเวลาที่ไม่ต่างอะไรจาก "ทาส" คนหนึ่งมาก่อน
ทันทีที่เซ็นสัญญา พวกเขาจะกลายสภาพเป็นทาสลูกหนังที่ถูกกำหนดชะตากรรมโดยนายทุนผู้เป็นเจ้าของสโมสร
เป็นดังลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด ..
วิวัฒนาการของนักฟุตบอลเรื่องนี้น่าสนใจไม่น้อย ผมเองไม่ได้ศึกษามาลึกซึ้งอย่างนักข่าวผู้ศึกษาศาสตร์ด้านนี้มาโดยตรงถึงอังกฤษอย่างไข่มุกดำ แต่พอจะเข้าใจอยู่บ้างเนื่องจากเคยเขียนเรื่อง 10 ปีกฎบอสแมนไปเมื่อเดือน ธ.ค. 2005 หรือปีเศษๆเท่านั้น
แต่ฟังจากที่พี่ไข่เล่า - บางทีชีวิตของนักฟุตบอลยุคโบราณ อาจจะขมขื่นยิ่งกว่าบอสแมนอีกหลายเท่า
อย่างไรก็ดี ใช่ว่าชีวิตของนักฟุตบอลในยุคปัจจุบันจะราบรื่นไปเสียหมด
ยังมีสัญญาทาสในรูปแบบใหม่ๆ เช่นที่ MSI ทำกับคาร์ลอส เตเบซ และฮาเบียร์ มาสเชราโน่ เป็นปัญหาที่องค์กรลูกหนังระดับโลกอย่างฟีฟ่า ต้องสอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิด
หรือบางครั้งก็มีการพยายามช่วงชิงผลประโยชน์กันเต็มที่ระหว่างสโมสรกับนักฟุตบอล เช่น กรณีของเดวิด เบ็คแฮม นักฟุตบอลระดับซูเปอร์สตาร์ในโลกยุคปัจจุบัน
ผมเฝ้าติดตามข่าวการเจรจาสัญญาฉบับใหม่ของอดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ มานานหลายเดือน โดยที่เห็นความคืบหน้าต่างๆมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด
ที่จริงจะเรียกว่าคืบหน้าก็ไม่เชิง เพราะ ณ เข็มนาฬิกาเดินไป การเจรจาต่อสัญญาของทั้งสองฝ่ายก็ยังคงมีปัญหาติดขัดอยู่ และมีการกำหนดเส้นตายให้เบ็คแฮม ต้องรีบตัดสินใจภายใน 7 วันข้างหน้า
ถ้าจะอยู่ต่อในกรุงมาดริดก็เซ็นซะ หรือถ้าไม่อยากอยู่ต่อก็รีบๆไปซะ
เรียนตามตรง - ผมรู้สึกสงสารซูเปอร์สตาร์พันล้านผู้นี้เหลือเกิน
เป็นที่ทราบกันดีว่า เบ็คแฮม ไม่มีความสุขในการเล่นให้กับเรอัล มาดริด เพราะที่จริงแล้วเขาไม่ค่อยได้เล่นและแทบไม่อยู่ในสายตาของฟาบิโอ คาเปลโล่ นับตั้งแต่ยอดโค้ชชาวอิตาเลี่ยนเข้ามาทำทีมในฤดูกาลนี้
ความสำเร็จรึ ? ก็ไม่เคยได้รับเพราะเบ็คแฮม เข้ามาในช่วงที่ขุนพลลอส เมเรนเกส ก้าวถอยหลังสวนทางกับขุนพลอาซูลกราน่า (บาร์เซโลน่า) ที่ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง
ดังนั้นถ้ามองในแง่ของ "กีฬา" เบ็คแฮม คงไม่อยากอยู่กับลา เรอัล ต่อไป
แต่ไม่รู้ว่าโชคร้ายหรือโชคดีที่ความเป็นซูเปอร์สตาร์ของเขายังพอขายได้ และถูกบอร์ดบริหารของเรอัล มาดริด ประเมินค่าทางการตลาดเอาไว้สูงมาก
การมีอยู่ของเบ็คแฮม ทำเงินให้กับเรอัล มาดริดได้มากมายมหาศาลในเชิงการตลาด โดยเฉพาะการเจาะตลาดต่างประเทศซึ่งเป็นแผนงานสืบเนื่องจากยุคของฟลอเรนติโน่ เปเรซ อดีตประธานผู้ตั้งใจจะทำให้ "ราชันชุดขาว" ปักธงชัยทั่วทุกหัวระแหงในโลก
เบ็คแฮม คือขุนพลเอกที่รามอน กัลเดร่อน ประธานสโมสรคนปัจจุบันไม่อาจปล่อยให้หลุดมือไปได้
ด้วยเหตุผลนี้เราจึงได้เห็นคำป้อยอต่างๆนาๆจากกัลเดร่อน รวมถึงสมุนอย่างเปแดร็ก มิยาโตวิช อดีตดาวยิงขวัญใจในฐานะผู้อำนวยการสโมสรด้านกีฬา (หรืออีกนัยคือมือขวาของประธาน) และรวมถึงคาเปลโล่ เองก็น่าจะโดนขืนใจให้พูดชมลูกทีมที่เขาไม่เห็นค่าด้วย
แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้เบ็คแฮม ทำไมจะไม่รู้ ?
หากเป็นช่วงเวลาก่อนหน้านี้สัก 3-4 ปี อดีตกัปตันสิงโตคำรามผยองเดชคงไม่ยอมทนเป็นเครื่องมือทางการค้าแบบนี้แน่
แต่เมื่อลูกน้อยทั้ง 3 กำลังเริ่มเติบโตและมีความสุขกับการใช้ชีวิตในสเปน - คุณพ่อแสนดีจึงต้องทบทวนย่างก้าวของตัวเองให้รอบคอบที่สุด
เรอัล มาดริด มองเกมออกและใช้เงื่อนไขตรงนี้กดดันเบ็คแฮม ให้ตัดสินใจเลือกเดินตามหมากของตัวเอง
แต่โชคร้ายที่อดีตพญาสิงห์ยังมีความกระหายในเกมลูกหนัง และไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างง่ายๆ
การตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับเรอัล มาดริด ของเดวิด เบ็คแฮม หากมองข้ามผ่านเรื่องราวทางธุรกิจลูกหนังที่น่าสะอิดสะเอียนแล้ว ผมมองว่านี่เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ
ประเด็นเรื่อง "ภาพลักษณ์" ของนักฟุตบอลอาชีพกำลังจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการพิจารณาเซ็นสัญญากันระหว่างสโมสรกับนักฟุตบอล
ปัจจุบันไม่ใช่เฉพาะแค่เบ็คแฮม ที่มีคุณค่าในเรื่องของภาพลักษณ์ -
แม้แต่นักเตะรูปชั่วตัวดำฟันเหยินอย่างโรนัลดินโญ่ ก็ยังมีมูลค่าทางภาพลักษณ์ที่สูงมาก
และนี่คืออีกวิวัฒนาการของนักฟุตบอลอาชีพ ..

Comment

Comment:

Tweet


#22 by torres (125.26.64.75) At 2009-09-30 07:57,
นักฟุตบอล อาชีพ รวย
#21 by ถ่ายทอดบอล พรีเมียร์ (124.120.163.254) At 2009-02-09 23:08,
กดี้หปปป
#20 by (203.172.212.83) At 2008-07-07 14:39,
#19 by (61.7.128.6) At 2007-07-01 14:55,
อยากรู้
#18 by (203.172.166.210 /192.168.1.203) At 2007-06-21 14:44,
รักนะครับ
#17 by (125.26.183.64 /192.168.1.165) At 2007-06-19 14:28,
ณํฏฯธษ๋ธํฌฌํธ๊ษ็ฑ็ฎธ๒ฑ
#16 by BB (125.26.183.64 /192.168.1.165) At 2007-06-19 14:27,
#15 by ตต (125.26.183.64 /192.168.1.165) At 2007-06-19 14:25,
#14 by ตต (125.26.183.64 /192.168.1.165) At 2007-06-19 14:25,
#13 by ตต (125.26.183.64 /192.168.1.165) At 2007-06-19 14:25,
#12 by ตต (125.26.183.64 /192.168.1.165) At 2007-06-19 14:25,
#11 by (203.146.78.213) At 2007-06-18 10:51,
ผมอยากเก่งเหมือนพี่เบค
#10 by (202.143.152.226) At 2007-06-18 09:05,
#9 by พุฒิศักดิ์ เฉลิมพล (125.27.242.200 /192.168.1.163) At 2007-06-15 11:15,
#8 by มาริสา (125.27.242.200 /192.168.1.163) At 2007-06-15 11:14,
ไอห่าหล่อลากดิน 555555
#7 by (61.91.188.157) At 2007-03-13 12:46,
เก่งตายล่ะไอบ้า เอาแต่หล่อ
#6 by (61.91.188.157) At 2007-03-13 12:46,
รักดาวนะครับ 0866131363
#5 by เบิร์ด (203.113.67.167) At 2007-03-06 17:05,
รักดาวนะครับ 0866131363
#4 by เบิร์ด (203.113.67.167) At 2007-03-06 17:05,
#3 by เบิร์ด (203.113.67.167) At 2007-03-06 17:02,
อยากติดทีมชาติครับ
#2 by ม่อน (124.157.185.179) At 2007-02-13 15:49,
คุณค่าในเรื่องของภาพลักษณ์ คือ วิวัฒนาการของฟุตบอลอาชีพ อืมมมมม น่าสนใจ .. แต่ผมอิจฉามันจริงๆ รวยจริงๆ
#1 by bUjaraTy (203.146.41.210) At 2007-01-12 18:51,

ลูกแม่กิ่ง
View full profile